ยังได้ขึ้นเวทีงานรายการตรุษจีนฉินโจวด้วย อิทธิพลนั้นเห็นได้ชัด
“จริงสิ” ก่อนวางสายหลินซีเตือนอีกครั้งว่า
“สไตล์ของหลินอีอีไม่เหมือนนักร้องทั่วไป เพลงของเธอควรเป็นแนวเพลงอนิเมะ”
“เพราะเธออยู่ได้ด้วยแฟนคลับ และนั่นเป็นสิ่งที่แฟนๆ ชอบมากที่สุด ถ้านายไม่เข้าใจแนวเพลงอนิเมะจริงๆ ก็ช่างมันเถอะ”
“อื้ม” จริงๆ หลินจือไปไม่ใส่ใจนัก แค่พูดไปงั้นๆ ว่า “จะลองดู”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจเพลงอนิเมะ ระบบรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว
เพียงแต่ช่วงนี้หลินจือไปต้องเขียนบท ‘มังกรหยก’ จึงไม่มีเวลาว่างแต่งเพลง
อย่างน้อยตอนนั้นหลินจือไปก็คิดแบบนั้น แต่หลายครั้งแผนการก็ต้านการเปลี่ยนแปลงไม่ไหว
ไม่กี่วันต่อมา หลินซีก็โทรหาหลินจือไปอีกครั้ง “เรื่องของหลินอีอีนายไม่ต้องสนใจแล้วละ”
“หือ?” หลินจือไปก็ไม่ได้ผิดหวังเพราะเดิมทีก็ไม่ค่อยสนใจอยู่แล้ว จึงถามไปลอยๆ ว่า “ได้เพลงแล้วเหรอ?”
หลินซีดูไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก เอ่ยรับเบาๆ “อืมนับว่าใช่แล้วกัน”
“นับว่าใช่คือยังไง?” หลินจือไปจับได้ว่าหลินซีไม่ค่อยพอใจนัก หรือว่าเพราะตนดูเฉื่อยชากับเรื่องนี้เกินไป?
“ก็เวยเซียนเฉียงลงมือแล้วน่ะสิ”
หลินซีถอนหายใจ “เวยเซียนเฉียงเป็นพ่อเพลงของทีมสาม อยู่ๆ เขาก็อยากแต่งเพลงให้หลินอีอี ใครจะสู้ได้ละ”
“เพราะงั้นนายก็เลิกคิดไปเถอะจะได้ไม่เสียเวลา เพราะพอข่าวแพร่ไป ทีมอื่นพอรู้ข่าวก็ถอยกันหมดแล้ว”
“ในเมื่อพ่อเพลงลงมือเองเลยนี่นะ”
“ทีมสาม? ทีมของหลินหล