ิวเหรอ?”
หลินจือไปขมวดคิ้ว “งั้นหลินหลิวก็ตั้งใจจะพุ่งติดชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนหน้าสินะ?”
หลินซีกล่าว “ก็คงแบบนั้นแหละ”
คิ้วของหลินจือไปขมวดแน่นขึ้นไปอีก เพราะอูฉือประกาศต่อสาธารณะไว้แล้วว่าจะเล็งปะทะหลินหลิว
คราวนี้ไอดอลเสมือนหลินอีอีที่เทียบชั้นราชินีเพลง ยังได้พ่อเพลงอย่างเวยเซียนเฉียงมาแต่งเพลงให้
อูฉือสู้ไม่ไหวแน่ๆ พ่อเพลงจับคู่กับราชินีเพลง โหดเกินไปแล้ว!
แต่ถ้าอูฉือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จะไม่ถูกวงการหัวเราะเยาะเอาหรือ? ไงล่ะ?
ก่อนหน้านี้อูฉือเก่งนักไม่ใช่เหรอ? พอเจอพ่อเพลงกับราชินีเพลงก็หงอซะแล้ว?
ไม่แน่ว่าตอนนั้นหลินหลิวจะเย้ยอูฉือยังไงบ้าง ผู้หญิงอย่างหลินหลิวน่ะจอมเสแสร้ง วาจาประชดประชันหลินจือไปเห็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว
จะให้อูฉือไปบวกกับพ่อเพลงที่จับคู่กับราชินีเพลงงั้นเหรอ?
หลินจือไปมองว่าไม่ไหว ไม่ใช่ว่าอูฉือด้อยกว่าพ่อเพลง แต่เงื่อนไขพื้นฐานนั้นเทียบไม่ได้จริงๆ
ความนิยมจากพ่อเพลงบวกกับราชินีเพลงมันสูงเกินไป ดูเหมือนตนจะเหลือวิธีเดียวแล้ว…
สู้ไม่ได้ก็เข้าร่วม!
หลินจือไปเอ่ยถาม “เพลงของเวยเซียนเฉียงยังไม่ได้ถูกเลือกใช่ไหม?”
หลินซีว่า “เวยเซียนเฉียงบอกว่าภายในสองสามวันนี้ก็เสร็จ น่าจะถูกเลือกแน่นอน”
“ก็ไม่แน่หรอก”
หลินจือไปว่า “ผมก็มีเพลงหนึ่งรู้สึกว่าเหมาะกับหลินอีอีเหมือนกัน”
“เดี๋ยวนะ” หลินซีหัวเราะทั้งน้ำตา “นายจะไปแข่งกับพ่อเพลงอย่างเวยเซียนเฉียงเหรอ?”
หลินจือไปว่า “ทำ