องหลุดมือไปหรอกนะ
ขณะที่แม่ม่ายฉินเห็นเย่อวี๋หรานก็อดจะหดคอลงไม่ได้เช่นกัน
นางกริ่งเกรงหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้อยู่ไม่มากก็น้อย แต่ครั้นคิดถึงว่าครอบครัวตนเองไม่ได้รับกล้ามันเทศมาสักต้น กอปรกับไพ่ไม้ตายที่อยู่ในมือตนเอง นางจึงกัดฟันพูดว่า “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เจ้าออกมาได้เสียทีนะ เจ้ามาได้พอดีเลย! ข้าอยากถามเจ้านัก ทำไมคนอื่นได้รับกล้ามันเทศ แต่มีแค่พวกข้าที่ไม่ได้?”
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว “เรื่องนี้เจ้าควรไปถามผู้อาวุโสกับเจ้าหน้าที่กระมัง? ข้าไม่ได้เป็นคนกำหนดรายนามคนได้รับสิทธิ์ปลูกมันเทศสักหน่อย เจ้ามาถามข้า แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไร?”
“เจ้าจะไม่รู้ได้อย่างไร? เจ้ารวมหัวกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้เรอะ?!” แม่ม่ายฉินถลึงตากล่าวว่า “พวกเจ้ามันก็ตะเภาเดียวกัน!”
คนที่ได้ยินเสียงความวุ่นวายแล้วทยอยมาร่วมชมความครึกครื้นต่างนิ่งงัน “…”
ร้ายกาจ เจ้ากล้าพูดกับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เช่นนี้ ไม่กลัวนางเอามีดมาฟันเจ้ารึ?
“เจ้าก็รู้ว่าพวกข้าเป็นพวกเดียวกัน เจ้าก็ยังจะมาหาข้า?” เย่อวี๋หรานรู้สึกว่าน่าขัน “เจ้าคงอยากหาคนที่จัดการได้ง่าย เจ้าคิดว่าในหมู่พวกข้า ข้าคือคนที่จัดการได้ง่ายที่สุดแล้วสินะ?”
แม่ม่ายฉินย่อมไม่ยอมรับอยู่แล้ว นางมั่นใจว่าเรื่องนี้เย่อวี๋หรานต้องเป็นคนริเริ่มแน่นอน นางว่าแล้วเชียว หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ต้องไม่ยอมปล่อยนางไป
ทำราวกับว่าระหว่างเย่อวี๋หรานกับนางมีความแค้นใหญ่หล