บนี้ฉันก็คงเป็นคนสุดท้ายที่มาขอคำปรึกษาจากคุณ นี่อาจจะเป็นโชคชะตาอย่างหนึ่งก็ได้นะคะ ขอให้คุณหลับให้สบาย ลูกหมาหลงทางในวันวาน’
ลูกหมาหลงทาง!? ขโมยทั้งสามไม่กล้าอ่านต่อแล้ว!
พวกเขาเข้าใจความจริงในที่สุด และตระหนักได้ว่าการกระทำของตนมันช่างโง่เขลาและไร้สาระเพียงใด!
ที่แท้นักธุรกิจหญิงที่พวกเขาปล้น ก็คือ ‘ลูกหมาหลงทาง’ ที่เขียนจดหมายมาปรึกษาพวกเขา!
และเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ‘ลูกหมาหลงทาง’ ก็ทำตามคำแนะนำของพวกเขาจริงๆ จากคนชั้นต่ำของสังคมกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ และขอบคุณพวกเขาจากใจจริง!
แม้แต่พวกเขาก็ยังดูถูกตัวเอง ทั้งสามยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ
เวลาค่อยๆ ผ่านไป ฟ้าสว่างแล้ว แสงแรกของรุ่งอรุณส่องเข้ามาในร้านชำ คืนที่ยาวนานนี้ดูเหมือนจะสิ้นสุดลงเสียที
หัวขโมยทั้งสามไม่อาจบรรยายความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นคำพูด แต่พวกเขารู้แล้วว่าต่อไปต้องทำอะไร
พวกเขาจะไปแก้มัดให้ลูกหมาหลงทาง พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับความผิดที่ตัวเองก่อไว้ ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ควรรับผิดชอบ
ตอนนี้แสงอาทิตย์ส่องสว่างเจิดจ้า จู่ๆ อัตสึยะกลับหันหลังไปมองตู้จดหมายนั้นด้วยความอาวรณ์ ก่อนจะเดินไปเปิดมันอย่างแผ่วเบา
“มีจดหมาย?”
ในตู้จดหมายมีจดหมายฉบับหนึ่ง เป็นจดหมายจากคุณปู่นามิยะ ใจความว่า
“นี่คือคำตอบถึงเพื่อนที่ส่งกระดาษเปล่ามา หากไม่ใช่เจ้าของจดหมายฉบับนั้น โปรดวางมันกลับไว้ที่เดิม”
อัตสึยะนิ่งอึ้ง เขาเ