ร์ยึดนักเขียนบทเป็นศูนย์กลาง
ดังนั้นบทของนักเขียนบทชื่อดังมักจะถูกสามค่ายใหญ่แย่งชิงกัน
เหมือนกับเพลงของพ่อเพลงในวงการเพลงของลูกนั่นแหละ นักร้องต่างก็แย่งกันทดสอบเสียงร้องไม่ใช่เหรอ?
น่าเสียดาย ถึงเสินฮวาจะได้บทจากนักเขียนบทชื่อดังมา แต่ก็คงไม่ถึงคิวพ่อที่จะได้กำกับ
เพราะลุงคนรองของลูกเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทและยังควบตำแหน่งหัวหน้าแผนกโปรดักชันอีก
บทจากนักเขียนชื่อดังจะถูกจัดสรรยังไงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา ยกเว้นแต่ว่านักเขียนบทเหล่านั้นจะไม่เห็นด้วย”
พูดจบ
หลินตงก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“บ่นไปอย่างนั้นแหละ พ่อก็แค่คุยเล่นคุยเรื่อยเปื่อยกับลูกเฉยๆ”
“ทองคำสุดท้ายย่อมเปล่งประกาย”
หลินจือไปพูดปลอบใจพ่อประโยคหนึ่ง
หลินจือไปในฐานะคนในครอบครัว เคยดูละครโทรทัศน์บางเรื่องที่พ่อเป็นคนกำกับ
ละครเหล่านี้มักจะได้คะแนนวิจารณ์สูง แต่เรตติ้งกลับธรรมดามาก
เหมือนเป็นแนวที่คนชมว่าเยี่ยมแต่ไม่ได้ทำรายได้ดีเท่าไร
หลินจือไปคิดว่าในฐานะผู้กำกับ ความสามารถของพ่อไม่ได้มีปัญหาเลย
เพียงแต่แม่ศรีเรือนดีแค่ไหนก็ยากจะทำอาหารหรูได้หากไร้วัตถุดิบ
ลุงรองคนนั้นคอยกันซีนอยู่ตลอด
อย่างที่พ่อบอกวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ของบลูสตาร์ใช้ระบบนักเขียนบทเป็นศูนย์กลาง
ระบบนักเขียนบทเป็นศูนย์กลางหมายถึง ในกระบวนการผลิตภาพยนตร์และละคร นักเขียนบทจะเป็นผู้มีบทบาทนำ
ในการถ่ายทำจริง สิ่งที่นักแสดงในกองถ่ายมักกลัวที่สุดคือการ