ค่สะสมสินเดิมได้ช้าลงสักนิด ไม่เป็นไรเลยเจ้าค่ะ…” หลินซื่อเม่ยกล่าวขึ้น ขอบตาแดงเรื่อ
ครั้นเห็นน้องสาวสองคนรู้ความเช่นนี้ หลินซื่อก็ซาบซึ้งใจยิ่งนัก นางโอบน้องสาวเข้ามาในอ้อมอก “ไม่ต้องแย่งกันแล้ว พวกเราเลี้ยงด้วยกันเถอะ ถึงตอนนั้นถ้าน้องสามจะออกเรือน พวกเราก็ช่วยกันออกสินเดิมให้ พอถึงคราวน้องสี่ พวกเราค่อยหามาใหม่…จะลำบากแค่ไหน ขอเพียงพวกเราพี่น้องร่วมใจ จะต้องแก้ไขได้แน่นอน”
“อื้ม!” หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยพยักหน้าทั้งน้ำตา
แต่เพียงพยักหน้าเสร็จ พวกนางก็ต้องหนักใจกับอีกเรื่องเสียแล้ว
“พี่รอง ท่านจะไปเจรจากับสกุลหลี่ว์อย่างไรหรือเจ้าคะ? คราวนี้จูต้าเหนียงโกรธแล้ว ไม่อยากยุ่งเรื่องนี้ ท่านไปคนเดียว ท่านคิดไว้หรือยังว่าจะพูดอย่างไร?”
“ข้าไม่รู้ ข้ายังไม่ได้คิดเลย…”
“พี่รอง ข้ามีวิธีการเจ้าค่ะ แต่อาจต้องลำบากท่านสักหน่อยแล้ว” หลินซื่อเม่ยชะงักไปเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “แล้วก็ไม่รู้ว่าท่านกล้าพอจะทำหรือไม่”
“เจ้ามีวิธีการอะไร?” หลินซื่อรีบถาม
หลินซื่อเม่ยมองไปทางหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยา ให้พวกนางไปยืนใกล้กำแพงอีกนิด ไม่ให้มาแอบฟังนางพูด
ถึงอย่างไรทั้งสามคนก็ยังเล็ก เรื่องแบบนี้ไม่ให้พวกนางเข้ามามีส่วนร่วมด้วยจะดีที่สุด
จากนั้นหลินซื่อเม่ยก็บอกให้หลินซื่อเอาหูเข้ามาใกล้ ๆ แล้วกระซิบบอกอีกฝ่าย
หลินซื่อฟังแล้วก็เบิกตากว้าง “ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ?”
“ข้าคิดว่าทำได้เจ้าค่ะ” ห