คนอื่นเท่าไหร่ก็คิดเงินหลานสาวสามคนของเจ้าเท่านั้น
“ถ้าเจ้ามีเงินไม่พอ ยังรวบรวมมาในทันทีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร สามารถค้างชำระไว้ก่อน ถึงตอนนั้นข้าจะให้หลี่ซื่อลงบัญชีของเจ้าเอาไว้ เจ้ามีเงินแล้วค่อยใช้คืนให้ครบ”
……
เย่อวี๋หรานยังเตือนหลินซื่อว่าถ้าอยากเลี้ยงหลานสาวสามคนนั้น นอกจากต้องคิดบัญชีกับสกุลจูให้ชัดเจนแล้ว ยังต้องไปคิดบัญชีกับสกุลหลี่ว์ให้ชัดเจนด้วย
อย่างไรเสีย ตอนแรกที่สกุลหลี่ว์ยอมปล่อยคนไปก็เพราะหลินต้าเม่ยรับปากว่านางจะเลี้ยงดูลูกสาวทั้งสามคน
ตอนนี้หลินต้าเม่ยหนีไปแล้ว แต่เด็กสามคนนี้ถึงอย่างไรก็ยังเป็นเด็กสกุลหลี่ว์ คนสกุลหลี่ว์จะยอมปล่อยมือหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง ถ้าสกุลหลี่ว์ไม่ยอมปล่อยคน ถึงแม้หลินซื่ออยากเลี้ยงดูก็ไม่แน่ว่าจะทำได้
“ท่านแม่?!” หลินซื่อตกตะลึงไปอีกครั้ง “ท่านยังจะให้ข้าไปหมู่บ้านสกุลหลี่ว์? ท่านแม่ เรื่องนี้จะให้ทำอย่างไร? พวกเขาต้องไม่ยอมปล่อยคนไปอยู่แล้ว ต่อให้เป็นลูกสาวสามคนก็ยังเอาไปแลกข้าวได้นะเจ้าคะ…”
เพียงนึกถึงนิสัยใจคอของคนสกุลหลี่ว์ นางก็สามารถจินตนาการได้เลยว่าคนบ้านนั้นจะทำเรื่องแบบไหนออกมาได้บ้าง
เย่อวี๋หรานกล่าวว่า “เช่นนั้นเจ้าก็เอาเสบียงอาหารไปแลกกับสกุลหลี่ว์เสียสิ เขียนสัญญาขายขาดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แล้วให้สองฝ่ายประทับลายมือ ต่อไปลูกสาวสามคนของพี่เจ้าก็จะอยู่ในอุปการะของเจ้าแล้ว จะเป็นจะตาย จะดีจะร้าย ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสกุลหลี่ว์อ