มข้นขึ้นมาทุกขณะ
อีกด้านหนึ่ง เมื่อหลิวซื่อทำงานเรือนเสร็จก็กลับเข้าห้อง
นางสัมผัสได้ว่าแววตาของจูเอ้อร์ไม่ค่อยถูกต้องเท่าใดนัก เอาแต่จับจ้องนางอยู่ไม่คลาย
“มีอะไรหรือ?” หลิวซื่อนึกทบทวนดูเล็กน้อยก็พบว่าพักนี้ตนเองออกจะว่าง่าย ไม่ได้ทำอะไรเลยนี่นา
จูเอ้อร์กวักมือ บอกให้นางมานั่งใกล้ ๆ
“มีเรื่องอะไรกันแน่?”
“ชู่…” จูเอ้อร์บอกให้นางลดเสียงลง
หลิวซื่องุนงงยิ่งนัก
รอจนนางก้มหน้า ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ค่อยได้ยินจูเอ้อร์กระซิบว่า “คราวก่อนเจ้าบอกว่าแม่ยายเอายาชุดหนึ่งให้เจ้ามาไม่ใช่หรือ? เจ้าได้กินหรือยัง?”
“ยัง” หลิวซื่อตกใจ รีบมองไปรอบทิศแล้วพูดว่า “บอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือว่าตอนที่ข้าเตรียมจะต้มยาคราวนั้นถูกท่านแม่จับได้พอดี ท่านแม่ไม่ให้กิน บอกว่าเรื่องลูกไม่อาจรีบร้อน…”
เรื่องที่ถูกเย่อวี๋หรานอบรมอย่างหนักหน่วงคราวนั้น หลิวซื่อยังจำได้ดีประหนึ่งเพิ่งเกิดขึ้น
นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่สามีจะถือสาเรื่องนี้ยิ่งนัก ยอมให้นางไม่ตั้งครรภ์ แต่ไม่ยอมให้นางกินยานั้นเด็ดขาด ราวกับว่าเพียงนางกินยาที่มารดาของนางแอบหามาให้ก็จะทำให้ลูกหลานสกุลจูถูกยาพิษตายอย่างนั้นแหละ
“ท่านแม่พูดแบบนั้น?” จูเอ้อร์ประหลาดใจ “ทำไมเจ้าปล่อยให้ท่านแม่เห็นเล่า? ทำไมเจ้าไม่รู้จักระวังหน่อย?”
“เจ้าคิดว่าข้าไม่ได้ระวังหรือ” หลิวซื่อไม่พอใจ “ตอนนั้นยังไม่สร้างเรือนหลังใหม่ ทุกคนกินข้าวหม้อเดียวกัน ผู้ใดไปแตะต้องเตาไฟ