ั่งจูซื่อหู่ทราบข่าวการดูตัวกับแม่นางสกุลหลี่จากมารดาของเขา
จูซื่อหู่เป็นคนเก็บคำพูดเอาไว้ไม่อยู่ ในไม่ช้าก็ถูกหลิวไป๋ฮวาตะล่อมถามจนได้ กระทั่งเวลาและสถานที่ก็ยังรู้จนกระจ่าง
สุดท้ายจึงได้มีเรื่องราวในวันนี้ เขาเพิ่งมาดูตัวที่หมู่บ้านสกุลหลี่ หลิวไป๋ฮวาก็ตามมาทำลายงานเสียแล้ว
หากกล่าวกันจากบางมุมแล้ว แท้จริงแล้ว
หลิวไป๋ฮวานับว่าฉลาดมาก ทว่าฉลาดอย่างค่อนข้างจะผิดที่ผิดทาง
เย่อวี๋หรานถอนหญ้าขึ้นมาต้นหนึ่ง ปากพึมพำอะไรบางอย่าง พลางปัดต้นหญ้าผ่านจมูกของหลิวไป๋ฮวาเบา ๆ
“ท่านป้า ท่านทำอะไรหรือขอรับ?” จูซื่อหู่งงงัน
เย่อวี๋หรานปรายตามองเขาแต่ไม่พูดจา ยังคงขยับมือต่อไป
จูซื่อหู่ได้แต่หุบปากลง ไม่พูดอะไรอีก
แต่สำหรับหลิวไป๋ฮวาที่กำลังนอนอยู่ตรงนั้นแล้ว หญ้าต้นนั้นปัดไปมาตรงปลายจมูกนาง ทำให้นางรู้สึกคันยุบยิบ
“ฮัดเช้ย!”
เมื่ออดไม่ไหวก็จามออกมาคราหนึ่ง
จูซื่อหู่ผู้โง่เขลากลับดีใจเสียเต็มประดา “ไป๋ฮวา ไป๋ฮวา เจ้าฟื้นแล้ว?!”
หลิวไป๋ฮวาที่หาได้หมดสติไปจริง ๆ กลับอัดอั้นตันใจ แต่ก็จนปัญญา ได้แต่แสร้งทำเป็นว่าเพิ่งได้สติคืนมา ยังไม่ทันพูดอะไรน้ำตาก็ไหลออกมาเสียแล้ว “พี่หู่จื่อ…”
“ไป๋ฮวา เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ข้าตกใจแทบตาย นึกว่าเจ้าตายไปแล้ว”
“ฮือ ๆๆ…” หลิวไป๋ฮวาหลั่งน้ำตาพลางส่ายหน้า
ทั้งสองคนกอดกันกลม ชวนระคายสายตาไม่น้อย
จูซื่อเสิ่นที่อยู่ห่างออกไปเห็นภาพนี้ก็บังเกิดโทสะเต็มท้อง คิดจะปราดเข้ามา