องนี้หรือปล่อยให้เรื่องนี้ค้างคาต่อไป?”
“ท่านป้า เหตุใดจึงพูดเช่นนี้? แน่นอนว่าต้องอยาก…อยากสะสางเรื่องนี้อยู่แล้ว” ระหว่างที่จูซื่อหู่พูดยังมองไปทางพวกจูซื่อเสิ่นที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นมารดาของเขา เมื่อครู่ก่อนหลิวไป๋ฮวานอนหมดสติอยู่ สมองเขาราวกับถูกคนใช้ค้อนทุบก็ไม่ปาน สามารถบุกไปข้างหน้าโดยไม่สนใจสิ่งใด
แต่ตอนนี้หลิวไป๋ฮวาฟื้นแล้ว เขาก็เริ่มเป็นห่วงมารดาของตนขึ้นมา
“ในเมื่ออยากคลี่คลายเรื่องนี้ก็ดี เจ้ากับหลิวไป๋ฮวา ข้าถามใคร คนนั้นค่อยพูด ตกลงหรือไม่?” เย่อวี๋หรานจับจ้องหลิวไป๋ฮวาพลางกล่าวว่า “คนที่ไม่ถูกถามก็ไม่ต้องพูด ข้าหวังว่าคราวนี้คงไม่มีใครหน้ามืด ไม่รอให้ข้าถามจนจบก็วิ่งไปชนต้นไม้อีกรอบหรอกนะ?”
หลิวไป๋ฮวามีสีหน้าปั้นยาก “ข้า…”
น้ำตาไหลพรากลงมาอีกครั้ง
จูซื่อหู่ปวดใจ “ไป๋ฮวา เจ้าไม่ต้องกลัว ท่านป้าดูเหมือนจะโหด แต่ที่จริงแล้วพูดจาด้วยง่ายยิ่งนัก เจ้าไม่ต้องกลัว!”
เย่อวี๋หรานกลอกตาให้ในใจ โชคดีที่ลูกชายตนเองไม่ได้แต่งดอกบัวขาวแบบนี้เข้าเรือน มิเช่นนั้นจะต้องเดือดร้อนใจเพียงใด
“ร้องไห้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ยังเหมือนเดิม มีอะไรก็พูดออกมา พูดชัดเจนแล้วก็แก้ไขปัญหา ทุกอย่างจะได้คลี่คลายได้เสียที” นางไม่ใช่จูซื่อหู่ จึงไม่ไว้หน้าหลิวไป๋ฮวาแม้แต่น้อย
วันนี้ตั้งแต่พบหน้ากันจนถึงตอนนี้ เจ้าหลิวไป๋ฮวาผู้นี้ก็เอาแต่ใช้แผนการ
มีแผนการเป็นเรื่องดี ทว่าเอาแต่ใช้ไปใ