นด้านนี้ เย่อวี๋หรานก็ชักจะไม่พอใจแล้ว
เจ้าทำเพื่อปกป้องตัวเองก็ไม่เป็นไร แต่เจ้ากลับนำแผนการมาใช้กับครอบครัวผู้อื่น ทำให้ครอบครัวผู้อื่นเดือดร้อนวุ่นวาย นี่มันเรื่องอะไรกัน?
“พร้อมหรือยัง ข้าถามได้แล้วใช่ไหม?” เย่อวี๋หรานให้เวลาคนทั้งคู่อีกครั้งแล้วค่อยถามขึ้น
จูซื่อหู่ปลอบหลิวไป๋ฮวาเสร็จก็กล่าวขึ้นว่า “พร้อมแล้วขอรับ ท่านป้า ท่านพูดได้เลย”
“ข้าถามซื่อหู่ก่อน ไป๋ฮวา เจ้าฟังอย่างเดียวก็พอ ก่อนนี้ข้าถามซื่อหู่ว่าพวกเจ้าหอมแก้มกันแล้วหรือยัง ซื่อหู่เจ้าตอบว่าหอมแก้มกันแล้ว ใช่หรือไม่?” เย่อวี๋หรานถาม
จูซื่อหู่กระดากอายขึ้นมาอีกครั้ง “ขอรับ”
“ข้ายังถามว่า พบหน้ากันไม่กี่ครั้งก็หอมแก้มกันแล้ว เจ้าอยากแต่งนางใช่หรือไม่ ถูกไหม?”
“ขอรับ”
“เจ้ายังไม่ได้ตอบข้าว่าอยากแต่งนางหรือไม่ ถูกไหม?”
จูซื่อหู่กัดฟันตอบ “ท่านป้า ข้าอยากขอรับ”
เย่อวี๋หรานเห็นหลิวไป๋ฮวามีท่าทางโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด “ไม่มีปัญหา ชายหญิงย่อมแต่งงานเมื่อถึงวัยอันควร พวกเจ้าอายุเหมาะสมกันดี จะแต่งงานกันก็ไม่แปลก แต่ว่านะ ซื่อหู่ เจ้าคิดดีแล้วหรือยังว่าถ้าเจ้าจะแต่งนาง จะต้องพบกับปัญหาใดบ้าง?”
จูซื่อหู่ส่ายหน้า
“ข้าดูแล้วเจ้าก็ไม่คล้ายว่าจะรู้ เลอะเลือนโง่งม ไม่รู้ว่าแม่เจ้าเลี้ยงเจ้ามาอย่างไร ปัญหาข้อแรกก็สามารถตอกหน้าเจ้าได้แล้ว แม่เจ้าไม่ชอบไป๋ฮวา เจ้าคงเห็นแล้วกระมัง?” เย่อวี๋หรานแสดงท่าทางให้เขามองไปยังจูซื่อเสิ่นที่อยู่ไ