ังว่ามารดาตนเองจะหยุดมือ
เขาไม่ขอร้องยังพอทำเนา แต่เมื่อเขาขอร้องเช่นนี้ จูซื่อเสิ่นก็ยิ่งโมโห ลงมือหนักกว่าเดิม
สุดท้ายเย่อวี๋หรานกลัวว่าจูซื่อเสิ่นจะตีคนจนเกิดเรื่องยุ่งยากตามมาจึงเข้าไปห้าม
“เอาล่ะ หยุดตีได้แล้ว ยังจัดการไม่เรียบร้อย ตีให้ตายก็ไร้ประโยชน์”
จูซื่อเสิ่นจึงค่อยหยุดมือ ทว่าแววตาที่มองมาทางเย่อวี๋หรานเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำใจ “พี่สะใภ้ นี่ยังไม่ชัดเจนอีกหรือเจ้าคะ? ถ้านางไม่ได้ชักนำจูซื่อหู่ให้หลงผิด วันนี้จูซื่อหู่จะทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้งั้นหรือ? ข้าอยากตีนางให้ตายเลยด้วยซ้ำ”
“ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง เจ้าก็อย่าเอาแต่โทษไป๋ฮวาคนเดียว ถ้านางเข้าหาแล้วซื่อหู่รู้จักหลบหลีก ยังจะมีเรื่องในวันนี้อีกหรือ?” เย่อวี๋หรานกล่าว “เจ้าก็เหมือนกัน ลูกชายตัวเองนิสัยอย่างไร เจ้าไม่รู้เลยหรือ? เห็นหน้าอยู่ทุกวัน ความผิดปกติขนาดนี้ก็ยังไม่สังเกตเห็น เจ้าเป็นแม่อย่างไรกันแน่?”
“ข้า…” จูซื่อเสิ่นพูดไม่ออก เพราะนางไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของลูกชายสักนิดเลยจริง ๆ
ไปดูตัวที่หมู่บ้านสกุลหลิวเหมือนกัน จูซานจ้วงดูตัวสำเร็จ แต่จูซื่อหู่กลับล้มเหลว นางรู้สึกไม่สบายใจเพราะเรื่องนี้อยู่ไม่มากก็น้อย
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของจูซานจ้วง นางจึงได้แต่เก็บกดเอาไว้ เร่งให้แม่สื่อช่วยหาคู่ดูตัวคนใหม่ให้จูซื่อหู่
ไม่ง่ายเลยกว่าจะพบคนที่เหมาะสม เดิมทียังนึกว่าเรื่องนี้คงคลี่คลายลงอย่างน่าพึงใจ คิดไม่ถึงว่