้าก็คงรู้ แม้จะมีคำปรามาสสารพัด แต่คนที่กล้าด่าข้าต่อหน้านั้นมีอยู่ไม่กี่คน เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว คิดว่าคงทำให้เกิดผลกระทบไม่มากก็น้อย ก็ทำเสียให้ถึงที่สุด ลูกสาวของพวกท่านเรียกข้าว่าแม่บุญธรรม คนอื่นคิดจะว่าร้ายแม่นางสกุลหลี่ก็คงจะยับยั้งชั่งใจบ้าง”
เมื่อนางกล่าวเช่นนั้น สามีภรรยาสกุลหลี่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“คือ…จูต้าเหนียง พวกข้าสองคนขอปรึกษากันก่อนจะได้หรือไม่?” สุดท้ายแล้วมารดาของหลี่ฉินก็เป็นคนเอ่ยขึ้น
“ได้ พวกข้าดื่มชารอ พวกท่านเข้าไปคุยกันในห้องเถิด”
มารดาของหลี่ฉินได้รับคำตอบรับแล้วก็เรียกลูกชายและลูกสะใภ้ พาหลี่ฉินเข้าไปหารือกันในห้อง
ระหว่างความเคลื่อนไหวเหล่านั้นเอง ใบหน้าครึ่งซีกของหลี่ฉินจึงเผยออกมาให้เห็น จูซื่อหู่ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ตั้งใจมองหน้าอีกฝ่ายให้ดีค่อยค้นพบว่า ที่แท้แม่นางสกุลหลี่ก็มีรูปโฉมงดงามปานนี้?!
ถูกต้อง ยังงามกว่าหลิวไป๋ฮวามากนัก
แต่น่าเสียดาย…
จูซื่อหู่รู้สึกยากจะบรรยาย
ภายในเรือน มารดาของหลี่ฉินดึงลูกสาวเข้ามาหา “ฉินเอ๋อร์ เจ้าคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้? เจ้าเต็มใจรับแม่บุญธรรมผู้นี้หรือไม่?”
“ท่านแม่ ท่านอย่ามาถามข้าสิเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้เสียหน่อย…” หลี่ฉินออกจะประหม่า
จูต้าเหนียงผู้นั้นเพียงมองก็ทราบแล้วว่าเป็น ‘คนร้ายกาจ’ เหมือนในคำร่ำลือไม่มีผิด ไม่เห็นหรือว่าตอนนั้นกระทั่งจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นก็ยังถูกสั่งสอนไปด้วย?
ส่ว