อย ยามนี้จิตใจเขาเต็มไปด้วยความละอาย ความสนใจทั้งหมดพุ่งไปที่เย่อวี๋หราน
ส่วนคนสกุลหลี่ย่อมเห็นอยู่แล้ว แต่ต่อให้เห็นแล้วก็มีแต่จะทำเป็นมองไม่เห็น
ส่วนแม่สื่อและมารดาของหลี่ซื่อก็ยึดถือหลักการ ‘มองไม่เห็นก็ไม่ระคายสายตา’[1] หันมองไปทางอื่น แสดงออกว่าจะไม่เข้ามายุ่ง
“ชดเชย? เจ้าคิดว่าจะชดเชยอย่างไร?” เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว “คงไม่ได้มานึกเสียใจแล้วคิดจะตบแต่งนางหรอกกระมัง?”
เมื่อคำกล่าวนี้ดังขึ้น คนสกุลหลี่ก็ตะลึงอึ้ง มาถึงขั้นนี้แล้วยังจะแต่งได้อย่างไร? คงได้กลายเป็นคู่แค้นกันพอดีน่ะสิ
จูซื่อหู่ตะลึงไป “ท่าน…ท่านป้า ไม่ได้ ข้า…ข้าไม่ได้ไม่ชอบแม่นางสกุลหลี่ แต่เป็นเพราะ…” เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“พูดจาเป็นไหม? เจ้าไม่คู่ควรกับแม่นางสกุลหลี่ด้วยซ้ำ คิดว่าคนเขาโง่หรือถึงยังจะยอมแต่งกับเจ้า? จะฝันกลางวันก็ยังเร็วไป”
เมื่อได้ยินเย่อวี๋หรานพูดเช่นนั้น อย่าได้ถามเลยว่าความรู้สึกในจิตใจจูซื่อหู่นั้นยุ่งเหยิงเพียงใด
เขารู้ว่าครั้งนี้ตนเองทำผิด แต่ท่านป้าพูดเช่นนี้จะเกินไปหน่อยหรือไม่?
“ข้าจะยอมรับแม่นางสกุลหลี่เป็นลูกสาวบุญธรรม คราวนี้ที่มาเยือนเรือนสกุลหลี่ไม่ใช่เพื่อมาดูตัว แต่มาเพื่อรับลูกสาวบุญธรรม” เย่อวี๋หรานไม่สนใจจูซื่อหู่อีก แต่หันไปกล่าวกับสามีภรรยาสกุลหลี่ว่า “อย่าถือสาที่ข้ามาโอ้อวดตนเองทั้งที่เรื่องมาถึงขั้นนี้เลยนะ ชื่อเสียงของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างข้าในหมู่บ้านละแวกนี้คิดว่าพวกเจ