ของหลี่ซื่อก็เช่นกัน มีความเปิดเผยจริงใจ เย่อวี๋หรานชอบคบหากับบ้านแม่ยายลักษณะนี้มากกว่า
ตอนเย่อวี๋หรานถือตะกร้าออกมา หลิวซื่อเห็นเข้าพอดี จิตใจไม่ปลอดโปร่งขึ้นมาทันควัน “ท่านแม่ ทำไมท่านเอาของไปมากมายเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ? คราวก่อนตอนไปหมู่บ้านสกุลหลิว ไม่เห็นว่าท่านจะเอาอะไรไป…”
ตัดพ้อว่าใครบางคนลำเอียงเกินไปแล้ว
เป็นลูกสะใภ้เหมือนกัน เย่อวี๋หรานไปหมู่บ้านสกุลหลิวกลับไม่ได้เอาของเยี่ยมไปให้บ้านเดิมของนาง แต่ตอนไปหมู่บ้านสกุลหลี่กลับเอาของไปฝากสกุลหลี่ เช่นนี้จะอธิบายว่าอย่างไร?
“เฮอะเฮอะ!” เย่อวี๋หรานแค่นหัวเราะ “นี่เป็นของที่หลี่ซื่อเตรียมมาเอง ฝากให้ข้าเอาไปให้ ไม่เหมือนคนบางคน ไปกลับมาแล้วยังมาสืบความจากข้า กลัวว่าข้าจะแอบไปบ้านเดิมลับหลังนาง ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วข้าทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้แต่งลูกสะใภ้ที่ชอบทำลับ ๆ ล่อ ๆ เข้าเรือนมาเช่นนี้”
หลิวซื่อหุบปากฉับ ไม่กล้าพูดอะไรอีกสักคำ
แต่ในใจนางจะอย่างไรก็น้อยใจอยู่บ้าง
ถ้าบ้านเดิมของนางฐานะดีเหมือนหลี่ซื่อ มารดาของนางยังจะเป็นเช่นนั้นอีกหรือ?
นางกลัวว่าแม่สามีไปบ้านเดิมของนาง ก็เพราะกลัวว่าแม่สามีจะไปเห็นสภาพย่ำแย่ของครอบครัวนางแล้วจะพาลรังเกียจเอานี่นา?
นางพยายามจุนเจือบ้านเดิมแล้ว แต่ความเป็นอยู่ของบ้านเดิมนางก็ยังย่ำแย่อยู่เช่นนั้น นางยังจะทำอะไรได้?
หลิวซื่อที่จับประเด็นสำคัญไม่ได้นั้นยืนอยู่ตามลำพังในลานเรือน น้อยใจเศร้าซึมอยู่คร