ลี่ซื่อจำได้ว่าตนเองเคยกินพริกมาก่อนตอนอยู่บ้านเดิม
ตอนนั้นนางกินไปพลางร้องเผ็ดไปพลาง แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ก็ยังกินจนหมด
ความรู้สึกนั้น จะว่าอย่างไรดีเล่า?
ตอนกินอยู่จะรู้สึกว่าเผ็ดร้อนอย่างมาก แต่หลังจากกินแล้วกลับโล่งสบายยิ่งนัก กินแล้วก็ยังอยากกินอีก
“ถ้าเจ้ากินไม่หมดก็อย่าเอาไปป้อนซานเป่ากับซื่อเป่า พวกเขายังเล็ก กินพริกไม่ได้” เย่อวี๋หรานกลัวว่าหลี่ซื่อจะเลอะเลือน เอาแต่คิดว่ามีของดีก็ต้องป้อนให้ลูกกินด้วย ทำลูกเผ็ดจนร้องไห้ ตอนช่วยเติมพริกบดให้จึงไม่ลืมที่จะเตือนไว้ก่อน
หลี่ซื่อยิ้ม “ท่านแม่ ข้ารู้เจ้าค่ะ พวกเขาไม่ใช่ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าที่ค่อนข้างโตแล้วเสียหน่อย”
ก่อนหน้านี้ซานเป่าและซื่อเป่าได้กินเส้นมันเทศที่ไม่ผสมเครื่องปรุงใด ๆ มาแล้วหนึ่งถ้วยเล็ก คราวนี้ได้ยินว่ามีน้ำแกงด้วยก็ดีอกดีใจยิ่งนัก
“แม่ ลื่น ๆ…”
“แม่ กิน…”
พวกเขาล้อมอยู่หน้าเตาด้วยท่าทางกระตือรือร้นอย่างยิ่ง
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยช่วยยกเก้าอี้ที่ทำมาเพื่อซานเป่าและซื่อเป่าโดยเฉพาะมาที่ลานเรือน
“ไอ้หยา ไม่ต้องรีบ อีกไม่นานก็ได้กินแล้ว” หลี่ซื่อกล่าวกับเย่อวี๋หรานว่า “ท่านแม่ ท่านช่วยคนให้ข้าหน่อยนะเจ้าคะ ข้าพาเด็กสองคนนี้ไปนั่งบนเก้าอี้ก่อน”
บอกว่าเป็นเก้าอี้ ที่จริงก็คือนำเก้าอี้และโต๊ะมารวมเข้าด้วยกันเป็น ‘เก้าอี้กินข้าวสำหรับเด็ก’
ของสิ่งนี้ไม่ได้หายากอะไร เย่อวี๋หรานเพียงบอกรายละเอียดที่นางต้องการแก่ช่างไ