าหย่งหนิง เจ้าออกมาแล้ว? มานี่เร็วเข้า พวกข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า”
การประชุมสิ้นสุดตอนพลบค่ำ เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสเรียกเขาไปคุยเสร็จ ฟ้าก็มืดแล้ว
บนท้องฟ้ามีดวงดาวกระจัดกระจายอยู่บางตา
“มีอะไรต้องพูดกันอีกหรือ? ฟ้ามืดขนาดนี้แล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ” จูหย่งหนิงเพียงอยากไปจากที่นี่โดยไว
“โอ๊ย อาหย่งหนิง จะรีบร้อนไปไหน” มีหลายคนตามมาแล้วเอ่ยว่า “พวกข้าก็แค่เป็นห่วงเจ้า คราวนี้เจ้าต้องสั่งสอนหญิงปากสว่างให้หลาบจำเลยเชียว ถ้าเจ้ายังปล่อยไปอีก นางคงเหิมเกริมกว่านี้แน่”
“ใช่แล้ว อาหย่งหนิง คราวนี้แค่เกือบ ๆ สามร้อยเหรียญ กัดฟันชดใช้ไปสองสามปีก็หมดแล้ว แต่ถ้าคราวหน้าติดหนี้มากกว่าเดิมเล่า?”
“อาหย่งหนิง พวกข้าช่วยเจ้ารั้งจูเหล่าโถวเอาไว้แล้ว เจ้าลองคุยกับเขาดี ๆ ขอให้เขาช่วยผ่อนผันให้ แรงกดดันจะได้ลดลงบ้าง”
……
ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นห่วงจูหย่งหนิงจริง ๆ หรือเพียงแค่อยากมาร่วมความครึกครื้น จึงหาข้ออ้างมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
แต่พูดกันตามความจริงแล้วก็ยังเห็นใจอยู่ดี ใครได้หญิงปากสว่างมาเป็นภรรยาก็คงต้องกระอักเลือดทั้งนั้น
“คือว่า…” เมื่อจูเหล่าโถวได้ยินชื่อตนเองก็อึก ๆ อัก ๆ “พวกเจ้ามาหาข้าก็ไม่มีประโยชน์หรอก ต้องไปหาเมียข้า นิสัยของนาง พวกเจ้าก็รู้อยู่ ถ้าข้าควบคุมนางได้ก็คงทำไปตั้งนานแล้ว อย่าว่าแต่สองร้อยแปดสิบสี่เหรียญ ต่อให้มากกว่านี้ ข้าก็ไม่มีทางเรียกร้องจากอาหย่งหนิงหรอก”
เขาได้ยินเร