ั้น นางเป็นอันต้องสูดลมหายใจหนาวเหน็บ ตาเหลือกหมดสติล้มลงพื้น
จูหย่งหนิงปวดใจสุดแสน เห็นเช่นนั้นก็ไม่ยอมให้ลูกสะใภ้ประคองหญิงปากสว่าง ปล่อยให้นางนอนแผ่หราอยู่ตรงนั้น
ในความเป็นจริง ลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างได้ยินว่าต้องชดเชยเงินให้ผู้อื่นมากมายเช่นนั้นก็ไม่อยากประคองสักนิด
แม่สามีที่ทำให้เดือดร้อนเช่นนี้ ไม่มีเสียยังจะดีกว่า
เมื่อเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสมาถึงในเวลาต่อมา ก็ลงนามใน ‘สัญญาชดใช้ค่าเสียหาย’ ต่อหน้าทุกคน
ประทับนิ้วมือเสร็จแล้ว แผ่นหลังของจูหย่งหนิงก็งองุ้มลงอย่างมาก ราวกับแก่ตัวลงในชั่วพริบตา
เขาถามโดยไม่กล้ามองเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส “แบบนี้…ครอบครัวพวกข้ายังปลูกมันเทศกับทุกคนได้อยู่ใช่ไหม?”
ผู้อาวุโสทอดถอนใจและกล่าวว่า “จูต้าเหนียงจิตใจกว้างขวาง ไม่ได้ยกเลิกสิทธิ์ปลูกมันเทศของพวกเจ้า หย่งหนิงเอ๊ย อย่าหาว่าข้าพูดจาไม่น่าฟังเลยนะ เจ้าควรควบคุมเมียเจ้าเอาไว้ให้มาก ถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไป คงล้างผลาญทั้งครอบครัวกันพอดี…”
เห็นอยู่ว่าใกล้จะได้ปลูกมันเทศแล้ว ถึงตอนนั้นความเป็นอยู่ในหมู่บ้านคงจะดีขึ้นสักหน่อย แต่หญิงปากสว่างกลับมาสร้างปัญหาเอาเวลานี้ นี่ไม่เท่ากับว่าตบหน้ากันหรือ?
คิดว่าจูต้าเหนียงเป็นซาลาเปา ปล่อยให้นางบีบคั้นได้ตามใจหรือไร
ดูเอาเถอะ นี่ก็คือกรรมตามสนอง!
เย่อวี๋หรานได้เอกสารสัญญามาแล้วก็ไม่พูดมาก ไม่สนใจครอบครัวจูหย่งหนิงอีก พาลูกสะใภ้กลับเรือนไปทันที
ระหว่างทาง หลี่