ขนาดนั้น นางยังไม่เก็บมาใส่ใจ คราวนี้ข้าจึงปรับเงินนางอย่างโหด ๆ นางจะได้หลาบจำเสียที รอดูว่านางจะยังกล้ามาหาเรื่องข้าอีกหรือไม่” เย่อวี๋หรานกล่าว
หลี่ซื่อคิดในใจ ต้องไม่กล้าอยู่แล้วสิ เงินเกือบสามร้อยเหรียญเชียวนะ เก็บทั้งปียังไม่ครบเลย ผู้ใดจะกล้าล้างผลาญครอบครัวเช่นนี้?
สงสารก็แต่จูหย่งหนิง โชคร้ายจริง ๆ ที่ได้แต่งภรรยาแบบนี้
เมื่อกลับไปถึงเรือน หลินซื่อที่รับหน้าที่เฝ้าเรือนก็เดินปรี่เข้ามาหาเพื่อถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
เมื่อได้ยินว่าไม่มีเรื่องสวมหมวกเขียวอะไรแบบนั้นก็ออกจะผิดหวัง
“อะไรนะ?! สองร้อยแปดสิบกว่าเหรียญ?!” หลินซื่อได้ยินหลี่ซื่อเอ่ยถึงเงินจำนวนเท่านั้นก็ต้องตกใจ “เหตุใดจึงมากมายเช่นนั้น? พวกเราเก็บเงินต้นปียันท้ายปีก็ไม่แน่ว่าจะเก็บได้มากขนาดนั้นนะ”
หลี่ซื่อพยักหน้า “เยอะเท่านี้แหละ ท่านแม่ให้อาหย่งหนิงทำสัญญาต่อหน้าเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส ท่านแม่เป็นคนเก็บสัญญาไว้ แต่ว่าเงินนี้ เจ้าก็ไม่ต้องคิดแล้ว นี่เป็นเงินของท่านแม่”
“ข้าไม่ได้อยากได้เงินนั่นเสียหน่อย ข้าก็แค่ประหลาดใจ ในแปลงผักของพวกเราปลูกของล้ำค่าขนาดนั้นเอาไว้ด้วยรึ?! ไม่ได้การ พี่สะใภ้สี่ ข้าคิดว่าพวกเราควรจับตามองให้แน่นหนากว่าเดิม ถ้ามีคนมาขโมยจะทำอย่างไร?” ครั้นหลินซื่อคิดถึงว่าเงินมากมายขนาดนั้นปลูกอยู่ในแปลงผักของครอบครัวตนเองก็ร้อนใจกระสับกระส่าย
ตอนแรกหลิ่วซื่อ หลิวซื่อ และหลี่ซื่อยังไม่คิดอะไร แ