ึงเข้ามาเจรจากับเย่อวี๋หรานด้วยท่าทางขลาดกลัว ขอให้นางไม่ต้องมัดคน เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว หญิงปากสว่างหนีไปไม่ได้หรอก
เย่อวี๋หรานตวัดสายตามองเขา แค่นเสียงเย็น “คนทำผิดคือเมียเจ้า จะขอร้องแทนนางก็เป็นเรื่องของเจ้า แต่คนที่ถูกขโมยของทั้งยังถูกใส่ร้ายคือข้า จะตกลงหรือไม่ตกลงก็เป็นเรื่องของข้า”
ไม่ไว้หน้าจูหย่งหนิงเลยสักนิด บอกว่าให้มัดคนก็มัดคนเอาไว้ทันที
หญิงปากสว่างคิดไม่ถึงว่าจูหย่งหนิงจะขอร้องแทนตนเอง จึงยิ่งร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม แม้จะถูกจับมัดเอาไว้ ทว่าในใจกลับรู้สึกอุ่นวาบ
ส่วนว่านางได้สำนึกในความผิดของตนเองหรือไม่นั้นก็ไม่มีใครรู้ได้แล้ว
คนรอบข้างเห็นเย่อวี๋หรานใส่ใจพริกแดงถึงเพียงนี้ก็นึกสงสัย เจ้าพริกแดงนี่คืออะไรกัน จูต้าเหนียงจึงให้ความสำคัญปานนี้?
หมอชาวบ้านคล้ายจะได้ยินว่าเป็น ‘สมุนไพร’ ก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ รอจนเรื่องราวจวนจะยุติลงแล้วค่อยเดินเข้าไปสอบถามกับเย่อวี๋หราน
คนอื่นเห็นว่ามีคนเข้าไปถามก็รีบกางหูรอฟัง
“ความลับทางการค้า” เย่อวี๋หรานไม่อยากพูดมาก
สำหรับนางในชาติที่แล้ว พริกไม่ใช่ของหายากหรือของล้ำค่าราคาแพงอะไรเลย แต่เมื่อมาถึงโลกใบนี้ นางสำรวจไปทั่วก็ยังไม่พบแม้แต่เงาของพริก
ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้พริกหนึ่งกระจาดกลับมาปลูก นางจะกล้า ‘สิ้นเปลือง’ ได้อย่างไร
มันเทศนั้นนางยังกล้าปลูกสองครั้งต่อปี แต่สำหรับพริกนางไม่กล้า ระวังแล้วระวังเล่า กลัวว่าปลูกแล้วจะปลูกไม่ร