กในแปลงผักของตนเองมากกว่า
มารดามันเถอะ นางอดทนมาเป็นปี ตนเองยังตัดใจกินไม่ลงด้วยซ้ำ ปลูกมาจนถึงตอนนี้ ยากนักกว่าจะโตมาได้ เก็บเอาไว้สำหรับขยายพันธุ์ แต่กลับมาถูกคนอื่นเด็ดไปเนี่ยนะ?!
นางอยากจะฆ่าให้ตายเสียจริง!
ทางด้านหญิงปากสว่างยอมรับทั้งน้ำตา “ใช่…ข้าเด็ดไปเอง…”
ขณะที่นางอยากพูดว่าตนเองไม่ได้ ‘ขโมย’ เย่อวี๋หรานก็ถลึงตาใส่ หญิงปากสว่างรีบกลืนถ้อยคำลงไปทันที
“เด็ดไปกี่เม็ด?”
“สีแดงทั้งหมดเลย”
“สีเขียวได้เด็ดหรือไม่?”
“เปล่า”
“ไม่ได้ทำต้นเสียหายกระมัง?”
“ไม่”
“ยังนับว่าเจ้ามีมโนธรรมอยู่ ถ้าเจ้ากล้าทำลายต้นพริกทั้งหมดนั้น ข้าก็จะใช้มีดเดียวนี้ปลิดชีวิตเจ้าเสีย” เย่อวี๋หรานโล่งใจ เด็ดไปแค่พริกแดง ส่วนอื่นยังเหลืออยู่ก็ดีแล้ว
ตราบใดที่ยังมีต้นกับพริกเขียวอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าวันหน้าจะขยายพันธุ์ไม่ได้
เย่อวี๋หรานเรียกหาลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่าง บอกให้อีกฝ่ายเอาพริกแดงที่เหลืออยู่มาแลกคน ทั้งยังบอกให้หลี่ซื่อไปดูที่แปลงผักเพื่อตรวจสอบว่าหญิงปากสว่างพูดความจริงหรือไม่
แบ่งทัพไปสองทาง หลี่ซื่อตรงไปยังแปลงผัก ส่วนลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างก็ถามจนทราบว่าพริกแดงอยู่ที่ไหน แล้วรีบกลับเรือนไปเอากลับมา
การรอคอยมักยาวนานเป็นธรรมดา เย่อวี๋หรานคร้านจะคุมตัวหญิงปากสว่างเอาไว้ด้วยตนเองต่อไป จึงเรียกหาหลิ่วซื่อและหลิวซื่อ บอกให้พวกนางเอาเชือกมามัดคนไว้
ในที่สุดจูหย่งหนิงก็ระลึกได้ว่านั่นคือภรรยาของตนเอง จ