กสว่างล่าช้า หากนางเป็นอะไรไป ข้ากับพวกเจ้าคงไม่จบกันแค่นี้…”
“เช่นนั้นยังจะรออะไรอยู่เล่า รีบไปเอามาสิ” ในกลุ่มคนมีคนตะโกนขึ้นมา “เจ้าก็จริง ๆ เลย เรื่องสำคัญเช่นนี้ก็ไม่พูดให้เร็วกว่านี้” ได้แต่โวยวายรีบให้คนไปเอา ‘ผลไม้มีพิษ’ มาไว ๆ เพื่อรักษาหญิงปากสว่าง
จ้าวกุ้ยเซิงข่มอารมณ์ในใจไว้ เรียกได้ว่ารู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นล้นพ้น ข้าก็กลับมาเอาของ ไม่ใช่ว่าถูกพวกเจ้าขวางไว้ตรงนี้หรอกหรือ?
ทว่าอีกฝ่ายมีคนมาก เขาจึงไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ทั้งกังวลเรื่องชีวิตของหญิงปากสว่าง ทั้งยังถูกคนอื่นชักนำ ได้แต่พาจูหย่งหนิงกลับไปเอา ‘ผลไม้มีพิษ’
จูหย่งหนิงเห็นว่าเรื่อง ‘สวมหมวกเขียว’ เป็นเรื่องเข้าใจผิด จึงโล่งใจ และขณะที่ช่วยพยุงพี่เขยกลับเรือนก็อธิบายให้คนรอบข้างฟังไปด้วย
เขาไม่ได้ถูกคนสวมหมวกเขียวจริง ๆ และเรื่อง ‘ชายชู้’ เป็นเรื่องเข้าผิด
คนคนนี้เป็นพี่เขยของเขาจริง ๆ รบกวนทุกคนช่วยกระจายข่าว อย่าให้คนอื่นเข้าใจผิดต่อไป
“ก็เป็นเช่นนี้เอง” ครั้นกลับถึงเรือนหญิงปากสว่าง จ้าวกุ้ยเซิงมองไปบนโต๊ะ รวมทั้งพริกสีแดงที่วางอยู่ก็โกรธจนร้องออกมา
เรื่องทั้งหมดล้วนเกิดจากของสิ่งนี้ เขาโยนมันลงพื้น ก้าวเข้ามาข้างหน้า และใช้เท้ากระทืบไปหลายครั้ง
“ไอ้หยา อย่าเหยียบสิ ช่วยคนสำคัญกว่า”
มีคนผลักเขาออกราวกับต้องการ ‘กู้สถานการณ์’ แล้วหยิบพริกแดงวิ่งออกไปข้างนอก
“ท่านบาดเจ็บอยู่ ช้าลงหน่อยเถอะ ข้าจะไปส่งให้ก่อน”