ดี”
ครั้นได้ยินว่ามีธุระ เย่อวี๋หรานก็ปวดเศียรทันที
หญิงปากสว่างมีธุระ ยังจะเป็น ‘เรื่องปกติธรรมดา’ ได้อยู่หรือ?
แต่คนอื่นพูดถึงขั้นนี้แล้ว เย่อวี๋หรานก็ไม่อาจสะบัดหน้าเดินจากไปทั้งอย่างนั้น ได้แต่ฝืนใจถามไปว่า “เรื่องอะไร?”
“ก็เรื่องมันเทศอย่างไรเล่า…” หญิงปากสว่างยังรู้จักกระดากใจอยู่บ้าง นางกล่าวว่า “พี่น้องจากบ้านเดิมของข้าได้ข่าวมาเหมือนกันจึงรีบรุดฝ่าสายฝนมาหมู่บ้านสกุลจู อยากให้ข้าช่วยมาพูดกับเจ้า ขอสิทธิ์ปลูกมันเทศให้เขาด้วย จูต้าเหนียง ตอนที่พวกเรายังสาวก็เคยสนิทสนมกันมาก่อน ข้ารับปากพี่น้องข้าแล้ว เจ้าว่า…”
“เรื่องนี้หรือ…” เย่อวี๋หรานนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวขึ้นอย่างลำบากใจว่า “เจ้าได้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสเอาไว้ล่วงหน้าหรือไม่? ถึงครอบครัวข้าจะเป็นผู้นำในการปลูกมันเทศครั้งนี้ แต่เรื่องสิทธิ์ปลูกมันเทศต้องให้เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสเป็นคนตัดสินใจ เจ้ามาพูดกับข้าก็ไม่มีประโยชน์”
“จะไม่มีประโยชน์ได้อย่างไร?” หญิงปากสว่างร้อนใจจนสาวเท้ามาข้างหน้าหลายก้าว
เย่อวี๋หรานเห็นว่าอีกฝ่ายก้าวข้ามมาแปลงผักของครอบครัวตนเองแล้ว ทั้งยังไม่ระวังจนเหยียบผักกาดขาวไปหัวหนึ่งก็รีบร้องเตือน “ระวังอย่าเหยียบผักพวกข้า ผักกาดขาวต้นนี้ข้าเพิ่งย้ายมาลงแปลงผักได้ไม่นาน ยังไม่โตเลย เจ้าเหยียบลงไปก็ไม่เหลืออะไรแล้ว”
หญิงปากสว่างก้มหน้ามอง “โธ่เอ๊ย ก็แค่ผักกาดขาวหัวเดียวจะเป็นไรไป? ไม่เป็