ของแม่ข้า ข้ากับพวกพี่ชายจะกล้าไม่ฟังท่านแม่งั้นหรือ?”
“ฮ่า ๆๆๆ…” ผู้ดูแลฝ่ายซ้ายหัวเราะเสียงดังพลางกล่าวว่า “เคราะห์ดีที่พวกเจ้าเชื่อฟังแม่เจ้าจนค้นพบวิธีปลูกแบบใหม่นี้ออกมาได้ ไม่อย่างนั้นเรื่องดีงามเช่นนี้คงมาไม่ถึงพวกข้าแล้ว”
“ใช่แล้ว ข้าก็คิดแบบนี้ ข้าคิดว่าถึงแม่ข้าจะโหดไปหน่อย แต่ที่จริงแล้วเวลาที่แม่ข้าพูดจาก็มีเหตุผลมากทีเดียว โบราณว่าไว้ คนชราประดุจขุมทรัพย์ล้ำค่าประจำบ้าน [1] แม่ข้าก็คือขุมทรัพย์ประจำบ้านนั่นเอง”
ทั้งสามคนยิ่งพูดจาก็ยิ่งเบิกบาน
ถึงตอนท้ายเมื่อฝนหยุดตกแล้วยังนัดกันไปตรวจสอบแปลงเพาะกล้ามันเทศ
ที่เอาลงดินในแปลงเพาะชำคือหัวมันเทศ ยังไม่งอกเร็วปานนั้น แต่ในแปลงปักชำใช้เถามันเทศปักชำ แตกหน่อหรือไม่นั้นเพียงมองก็ทราบแล้ว
ห่างจากวันที่เอาลงดินมาสักพักแล้ว พวกเขาเดินไปบนทางสายน้อยในชนบท เพียงย่ำลงไปโคลนก็เกาะเต็มเท้า
และเพราะรู้ว่าต้องไปทุ่งนา จูอู่ยังไปเปลี่ยนรองเท้าฟางมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
ปกติแล้วเวลาอยู่ที่เรือนจะสวมรองเท้าผ้า แต่เวลาไปทำงานในนาย่อมไม่อาจใช้รองเท้าผ้าได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นรองเท้าผ้าที่ยังดี ๆ อยู่ พอใส่ไปทุ่งนาไม่กี่ครั้งก็คงพังไปก่อนแล้ว
เกิดมาเป็นคนชนบท เรื่องที่สมควรประหยัดก็ยังคงต้องประหยัดเอาไว้
ครั้นไปถึงแปลงปักชำก็เห็นว่าเถามันเทศยังมีน้ำฝนเกาะสลอน ราวกับเพิ่งถูกชะล้างมาก็ไม่ปาน สีสันเปลี่ยนเป็นสดใสยิ่งกว่าเดิม
เมื่อต้องแสงอาทิตย์ เถาที