่อน กล่าวกันว่าลูกพี่ลูกน้องสองคนนี้ตั้งแต่เล็กจนโตก็สนิทกันดีมาตลอดนี่นา ทำไมจู่ ๆ ถึงทะเลาะกันเสียได้?
นางชะงักอยู่กับที่ ‘แอบฟัง’ อยู่ตรงนั้นทันที
“ซื่อหู่ เจ้าเป็นอะไรไป?”
จูซื่อหู่สะบัดมือของจูซานจ้วงทิ้ง “ข้าเป็นอะไร เจ้าก็น่าจะรู้ดีนี่?”
จูซานจ้วงมีสีหน้างุนงง “ข้ารู้ดีอะไร? อยู่ดี ๆ เจ้าโมโหอะไรเนี่ย มีอะไรก็พูดมาสิ พูดออกมาให้ชัดเจนก็รู้เรื่องแล้วนี่?”
“เฮอะ! พูดให้ชัดเจน ข้าก็อยากจะพูดให้ชัด ๆ เหมือนกัน แต่เรื่องนี้พูดให้ชัดเจนได้หรือ? ตั้งแต่เล็กจนโต ทุกครั้งคนที่เสียเปรียบมีครั้งไหนไม่ใช่ข้าบ้าง? ไม่ว่าข้าพูดอะไรไป คนที่เสียเปรียบก็ยังเป็นข้า ข้าไม่เข้าใจเลย เจ้ากับข้าไม่ได้มีพ่อแม่เดียวกันเสียหน่อย ทำไมข้าต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอดเลย?”
“เจ้าเสียเปรียบอะไร?” จูซานจ้วงเกาศีรษะ “เจ้าหมายถึงเรื่องที่เมื่อเช้านี้อาสะใภ้สี่เติมข้าวให้ข้าหรือ? แต่อาสะใภ้สี่ถามเจ้าแล้วนี่นา เจ้าบอกว่าเจ้าอิ่มแล้ว อาสะใภ้สี่ถึงได้มาเติมให้ข้า”
“นี่เป็นเรื่องกินข้าวที่ไหน เป็นเรื่องเมียต่างหาก” จูซื่อหู่มีสีหน้าโกรธเกรี้ยว ตะโกนเสร็จก็ผลักจูซานจ้วงแล้วหมุนร่างเดินหนีไป
จูซานจ้วงอยากตามไป แต่จูซื่อหู่ไม่ยอม
“ห้ามตามมา ข้าไม่อยากไปด้วยกันกับเจ้า”
“แต่ปกติพวกเราไปด้วยกันตลอดนี่?” จูซานจ้วงยังไม่ละความพยายาม
“ปกติก็คือปกติ ตอนนี้ก็คือตอนนี้ ถ้าเจ้าตามข้ามาอีก ข้าจะตัดขาดกับเจ้า”
จูซานจ้วงอับจนปัญญา