อกาสเลยไม่ใช่หรือ?” หลี่ซื่อพูด “วันนี้เดิมทีข้าคิดจะพูดคุยกับท่านแม่เรื่องการดูแลซานเป่าและซื่อเป่า จากนั้นก็จะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ท่านแม่ไม่ให้ข้าพูด ข้าก็พูดออกมาไม่ได้”
“เช่นนั้นเจ้าค่อยหาโอกาสอีกครั้งเถอะ”
“ได้”
……
เย่อวี๋หรานเพิ่งกลับมาถึงเรือน ก็ให้จูอู่ออกไปเดินดูรอบ ๆ แล้วค่อยกลับมาเฝ้ายามตอนกลางคืน หลังจากนั้นก็เห็นหลิวซื่อวิ่งหลับมา
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ท่านแม่ เรื่องนั้น…” หลิวซื่อเดินเข้ามาใกล้ก้าวหนึ่ง มองสีหน้าเย่อวี๋หรานพลางพูดเสียงเบา
“วันนี้ท่านไม่ได้ไปที่หมู่บ้านสกุลหลิวหรือเจ้าคะ ข้าอยากจะถามท่านว่าท่านพ่อท่านแม่ของข้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
“เจ้าไม่ใช่ว่าเพิ่งกลับบ้านเดิมไปหรือ พ่อแม่เจ้าเป็นอย่างไรเจ้ายังต้องมาถามข้าอีกหรือ?” เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว
“ไม่ใช่ว่าผ่านมาหลายวันแล้วหรือเจ้าคะ ข้าจึงลองถามดู หากท่านแม่รู้ก็ย่อมดี แต่หากไม่รู้ก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” หลิวซื่อผิดหวังเล็กน้อย
ความจริงนางเป็นห่วงพ่อแม่ของนางเสียที่ไหน เห็นได้ชัดว่าอยากสอบถามว่าไปที่หมู่บ้านสกุลหลิวแล้วไปได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินเข้าหรือไม่
“เจ้ากลับไปบ้านเดิมไปแล้วมีเรื่องอะไรที่ทำให้ไม่มีความสุขหรือ?” ครั้นนึกถึงเรื่องที่หลิวเอ้อร์เสิ่นพูด เย่อวี๋หรานก็ไม่ได้อารมณ์ดีนัก
นางรู้ว่าพวกลูกสะใภ้ถือเงินไว้ในมือ แน่นอนว่าต้องคิดอยากเอาไปสนับสนุนครอบครัวเดิม แต่ตลอดมานางคิดว่าหลิวซื่อไม่