กที่เขี่ยขยะเสร็จทำเอาผมช็อกราวกับเป็นอัมพาตไปทุกสัดส่วน ก่อนจะปิดปากและลุกขึ้นยืน
ศพมีสภาพเหมือนกับเหยื่อทุกรายของชายบิดเบี้ยว ร่างกายเป็นมัมมี่จนดูคล้ายกับว่าโดนสูบเลือดออกไปทุกหยาดหยด ดวงตากะพริบเชื่องช้า และปากค่อย ๆ ขยับเปิดปิด
นั่น… มันยังไม่ตาย!
แต่นั่นยังไม่ใช่ส่วนที่น่าสยดสยองที่สุด
ส่วนที่น่าขนหัวลุกมากที่สุดคือเครื่องแต่งกายของศพนั้น มันเป็นหมวกทรงสูงและชุดสูทแบบเดียวกับที่ชายบิดเบี้ยวสวมใส่
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย…”
ผมกลืนน้ำลายพลางหันความสนใจไปยังรูปถ่ายในมือตัวเองเพื่อยืนยันว่ามันเป็นเสื้อผ้าแบบเดียวกัน และในตอนนั้นเอง ผมก็สังเกตเห็นรูปถ่ายอีกใบหนึ่งอยู่ข้าง ๆ ศพ
ผมลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาพลิกดู
ซึ่งถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่ทำแบบนั้นแน่
เมื่อพลิกรูปถ่ายขึ้นมา ความคิดพลันหยุดกึก ผมหยิบรูปอีกใบออกมาและจ้องมองสองใบนั้น สายตาโยกสลับไปมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
นั่นมัน…
สมองของผมเริ่มประมวลสถานการณ์ไม่ถูก
รูปถ่ายทั้งสองใบแสดงภาพเหตุการณ์เหมือนกัน คู่รักคู่หนึ่งยืนอยู่ข้างรถไฟ สวมเสื้อผ้าแบบเดียวกัน และโพสท่าด้วยสีหน้าแบบเดียวกัน พวกเขาดูราวกับเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ
แต่พวกมันมีจุดแตกต่างกันจุดหนึ่ง
ไม่สิ มันมีให้เห็นทิ่มตาอยู่สองจุดต่างหาก
หญิงชราคนนั้น… เ