ถ้าเป็นไปได้ ผมก็ไม่อยากจะคุยกับใครทั้งนั้นแหละ แต่ในเมื่อไม่เห็นข่าวคราวเกี่ยวกับชายบิดเบี้ยวบนโทรศัพท์ ผมจึงไม่มีทางเลือกมากนัก เสียงถอนหายใจแว่วออกมาเงียบเชียบ ผมกวาดสายตาตามท้องถนน จนกระทั่งเล็งเห็นถึงคนกลุ่มหนึ่งกำลังพูดภาษาอังกฤษสำเนียงชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจได้
ผมตัดสินใจเดินเข้าไปหาพวกเขา
“ขอโทษนะครับ”
“…หืม?”
คนแรกที่จ้องมองผมเป็นชายร่างท้วมที่มีผมขาวบางและหนวดเคราสีเทา เขานั่งอยู่บนม้านั่งเดี่ยว ร่างกายกำลังเอนพิงโต๊ะข้าง ๆ
“ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย เธอเป็นใครเนี่ย?”
“ผมไม่ใช่คนแถวนี้ครับ”
“นักท่องเที่ยวงั้นเหรอ?”
ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ? เธอไม่ได้ทำการบ้านอะไรมาเลยล่ะสิเนี่ย”
เขาเริ่มหัวเราะคิกคักพร้อมกับเพื่อนพ้องอีกสามคน ผมได้แต่ฝืนยิ้มขณะรอให้พวกเขาหัวเราะกันเสร็จ
โอกาสนั้นมาเยือนในอีกหนึ่งนาทีต่อมา
“จริง ๆ แล้ว… จะเรียกว่านักท่องเที่ยวก็ไม่เชิงหรอกครับ ผมมาที่นี่เพื่อทำงานน่ะ ถ้าเลือกได้ผมก็อยากเที่ยวนะครับ แต่ติดตรงที่ผมไม่มีเวลาเนี่ยสิ”
ผมหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแสดงตราสัญลักษณ์ประจำกิลด์
“ผมมาเพื่อสืบสวนเคสหนึ่งที่เกิดขึ้นในเมืองนี้เมื่อนานมาแล้วน่ะครับ ถ้าพวกคุณพอจะมีเบาะแสอะไรบ้าง มันก็จะเป็