ล้ายเดิม
ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขามองผมแบบนั้น
“…พวกนายนี่มากันช้าจังนะ”
ผมเช็ดเลือดออกจากใบมีดกับกางเกงตัวเอง
ทั้งตัวก็สกปรกหมดอยู่แล้ว ผมเลยไม่ได้ใส่ใจกับมันอีกต่อไป แต่ปรากฏว่าการกระทำนั้นกลับทำให้สีหน้าของพวกเขาแข็งทื่อหนักกว่าเก่า
ผมได้แต่ส่ายศีรษะอยู่ในใจ
แต่แล้ว…
“เกิดอะไรขึ้นกับนาย? นี่… ฉัน…”
ไคล์กวาดตามองด้วยใบหน้าที่จับต้นชนปลายไม่ถูก เขาไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ผมไม่ว่าเขาหรอก
เพราะเมื่อก่อน ตัวผมไม่ได้เป็นแบบนี้
แต่ในขณะเดียวกัน…
“หมายความว่าไงที่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันน่ะ? มีมอนเป็นฝูงบุกเข้ามาแล้วฉันก็สู้กลับไง นายคาดหวังให้ฉันวิ่งหนีหรือไงเนี่ย?”
“ก็ใช่นะ…”
ผมส่ายศีรษะและชี้ไปทางหน้าต่างทุกบาน
“ฉันลองแล้ว แต่มองดูรอบ ๆ สิ นายคิดว่าฉันจะวิ่งออกไปได้ยังไงในเมื่อโดนล้อมทุกด้านแบบนี้?”
“ไม่ คือนายพูดถูก แต่ว่า…”
“พวกมันไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น ฉันก็แค่ขึ้นไปบนบันไดเพื่อไม่ให้โดนรุม หลังจากนั้นก็ง่ายแล้ว”
“…อ้อ”
ผมไม่เคยเห็นไคล์พูดไม่ออกขนาดนี้มาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฝั่งโซอี้เลย สภาพของเธออย่างกับน้ำท่วมปากไปแล้ว สายตาเอาแต่จ้องมองซากศพมหาศาลด้วยสีหน้าเหม่อลอย พร้อมกับพึมพำประมาณว่า ‘นี่เรื่องจริงเหรอ…? ไม่สิ นี่มันไม่สมเห