ตึบ! ตึบ!
เสียงฝีเท้าย่างใกล้เข้ามาทุกที ผมได้ยินมันจากบันได
หยาดเหงื่อไหลท่วมลงมาจากข้างขมับ ผมเร่งรีบกวาดมองโดยรอบ
‘อะไรก็ได้ ขอสักอย่างเถอะ…’
ความวิตกกังวลของผมแผ่ซ่านไปทั่วห้องขณะมองรอบกายตัวเอง คาดหวังว่าจะพบเบาะแสหรือคำใบ้อะไรสักอย่าง ทว่าความเย็นยะเยือกที่กัดกินผิวหนังกลับทำให้ดวงตาเพ่งมองได้ยากลำบาก ผมกอดตัวเองเอาไว้พลางคอยเงี่ยฟังเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากบันได
ตึบ! ตึบ!
เสียงฝีเท้าอยู่ใกล้มากยิ่งขึ้น
ผมสัมผัสได้เลยว่า ชายบิดเบี้ยวกำลังจะถึงชั้นแรกแล้ว
มัน… กำลังจะมาถึงตัวผม
ลมหายใจเริ่มกระชั้นชิดขณะที่ผมตาลีตาเหลือกมองทุกสิ่งอย่าง
จนกระทั่ง—
สายตาของผมไปหยุดอยู่บนผนังด้านหนึ่ง มันอยู่ติดกับห้องครัวพอดี ทั่วทั้งร่างกายนิ่งค้างทันทีที่เห็นรอยสลักบนผนังดังกล่าว
ไม่สิ ไม่ใช่รอยสลัก…
‘มันเป็นกลอน’
ผมรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมากะทันหันขณะมองเบื้องหน้า
ข้อความเหล่านั้นอ่านได้ว่า;
อย่าส่งเสียง ติ๊กต่อก ฟังอย่างเดียว
ชายบิดเบี้ยว จะเดินเคียง เข้าคืบคลาน
เขากลืนกิน ไล่ตาม เสียงกังวาน
เขาดื่มทาน เสียงครวญคราญ กระหายหิว
เริ่มจากเงา ทาบทับ ไปลับหลัง
เสียงผุพัง สั่นดัง จากเรียวนิ้ว
หนึ่งคำขาน ปรากฏ เขาลอยพลิ้ว
เสียงปลิดปลิว กรีดร้อง เขาเข้าใกล้
ชายชอบเล่น เกมกล วิปลาส
เสียงเขาอาจ เปลี่ยนแปลง แ