ต่กายไม่
จงระวัง เสียงเพรียก เขาเรียกได้
กัดลิ้นไว้ ข่มกลั้น อัสสุหลาก
ก่อนสุ้มเสียง สุดท้ายแปร เป็นคำลวง
เจ้ารู้ล่วง ชายบิดเบี้ยว มิเคยจาก…
เว้นเสียว่า ยอมฝัง เสียงเจ้าฝาก
‘ห่ะ…?’
เมื่ออ่านบทกลอนจบ สมองของผมก็ชาไปหมด
เขาดื่มทานเสียงครวญคราญกระหายหิว? เว้นเสียว่ายอมฝังเสียงเจ้าฝาก…?
ตึบ! ตึบ!
“…..!”
เสียงฝีเท้าที่ดังสนั่นกระชากผมให้ออกจากความมึนงง มันอยู่ตรงห้องนั่งเล่นใกล้ ๆ นี้เอง ร่างกายเกร็งตัวทุกสัดส่วน ผมหันศีรษะไป เห็นเงาทมิฬหนึ่งปรากฏขึ้นที่ทางเข้าห้องครัว แขนยาวลีบของมันลากเข้ามาในห้อง พร้อมด้วยนิ้วมือทั้งหลายที่กระตุกอย่างผิดธรรมชาติขณะขูดกับกรอบประตู
ผมรีบถอดแว่นตาออกโดยไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ดึงให้โลกทั้งใบจมดิ่งสู่ความมืดมิด ริมฝีปากปิดแนบแน่น พาให้โลกทั้งมวลหวนกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้งหนึ่ง
ติ๋ง ติ๋ง
เงียบทั้งหมด… ยกเว้นเสียงหยดน้ำแผ่วเบาจากอ่างล้างจาน
ติ๋ง… ติ๋ง!
เสียงนั้นลากผ่านอากาศดั่งปลายเล็บลากผ่านโลหะ มันบาดหูและเชื่องช้าจนน่าเหลือเชื่อ ผมยืนแข็งทื่อ กล้ามเนื้อทุกส่วนแข็งเกร็ง ไม่กล้าแม้แต่จะก่อให้เกิดเพียงเสียงเดียว
‘มันอยู่หลังฉันใช่ไหม? มันอยู่ตรง—’
แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง ผมพยายามมองลงเพื่อดูว่าเงาร่างนั้นอยู่ข้างหลังตัวเองหรือไม่ แต่ทันทีท