ี่แสงจันทร์สําแดงฤทธิ์ ผมก็นิ่งสนิทไปทั้งตัว
นั่นเป็นเพราะ…
ร่างนั้นไม่ได้ยืนอยู่ข้างหลังผม
แต่กลับอยู่เบื้องหน้าแทน
และ…
ผมมองเห็นมันเต็ม ๆ ด้วยสองตาของตัวเอง
มันยืนอยู่ตรงหน้าผมพอดี ร่างกายผอมสูงในชุดสูทสีดำ หมวกทรงสูงใบใหญ่ปิดบังใบหน้าของมันครึ่งหนึ่ง รอยยิ้มกว้างผิดธรรมชาติประดับบนใบหน้าซีดเผือดนั้น ลำคอคดโค้งทำองศาผิดมนุษย์ ลั่นเสียงกรอบแกรบขณะโน้มลงมาใกล้ รอยยิ้มวิปริตกำลังเหยียดยาวไปตามรูปหน้าสีซีดเซียวของมัน
ราวกับ… มันล่วงรู้แล้วว่าผมมองเห็นตัวมัน
ฝ่ามือของผมกระชับมีดแน่นอย่างถึงที่สุด ร่างกายพร้อมจะพุ่งปะทะได้ทุกวินาที ถึงขั้นที่ว่าวางแผนจะเรียกดรีมวอล์กเกอร์กลับมาช่วยต่อสู้ด้วยซ้ำ
แต่แล้ว…
“สวัสดีครับ…?”
จู่ ๆ มันก็เริ่มพูดขึ้นมา ร่างกายของผมสั่นสะท้านไปหมดทุกส่วนเมื่อได้ยินเสียงนั้น
มัน… ฟังดูปกติ
ปกติจนเกินไป
เหมือนกับเสียงของผู้ชายวัยสี่สิบกว่า ๆ —
อ่า
ทันใดนั้นเอง ความคิดหนึ่งพลันกระแทกหัวสมอง สายตาของผมยังคงจับจ้องข้างหน้าอย่างแน่วแน่ แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
“สวัสดี? มีใครอยู่ไหม?”
เสียงนั้นดังก้องอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้นุ่มนวลกว่าเดิมเล็กน้อย
ทว่ายิ่งมันนุ่มนวลเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งตระหนกมากขึ้นเท่านั้น
เพราะว่า…
‘นี่มันเสียงของนักโทษที่โดนส่งตัวมาก่อนหน้าพวกเราชัด ๆ