งแขนของเก้าอี้เอาไว้
“การแสดงก่อนหน้านี้ของคุณ ผมต้องขอบอกว่า…. คู่ควรกับความสมบูรณ์แบบ คุณได้เผยอะไรบางอย่างที่น่าสนใจเข้า ทำให้ผมค้นพบว่าการร่วมมือของพวกเรามันน่าพึงพอใจกว่าที่ตัวผมคาดคิดเอาไว้”
“งั้นหรอกเหรอ?”
ผมฝืนยิ้มออกมา
“…ฉันเองก็คิดว่าการแส—”
“แต่”
วาทยกรตัดบทก่อนที่ผมจะได้ทันพูดจบ น้ำเสียงของมันในครานี้เย็นชาลง… แหบแห้งยิ่งกว่าเก่า
“นั่นไม่ได้ลบล้างสิ่งที่คุณเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ คุณบอกว่าเพลงของผมมันขยะ ซึ่งผมยอมรับไม่ได้”
ขนทุกเส้นบนร่างของผมลุกชันทันทีที่วาทยกรเอ่ยปาก
สถานการณ์แบบนี้…
‘ดูท่าจะไม่ดีแล้วสิ’
“แต่ไม่เป็นไร”
วาทยกรค่อย ๆ หันไปทางที่นั่งซึ่งจัดเรียงไว้เกือบจะเป็นระเบียบบนเวที ฝ่ามือของมันยกขึ้น แสดงให้เห็นถึงไม้บาตองอันหนึ่ง
จากนั้นจึงนิ่งค้างกลางอากาศ วาทยกรหยุดมือของตัวเอง
ห้วงแห่งความเงียบสงบแผ่ขยาย
“…ในเมื่อคุณแสดงบทบรรเลงอันสมบูรณ์แบบให้ผมดูไปแล้ว คราวนี้ก็เป็นตาผมที่ต้องตอบแทนบ้าง ผมจะแสดงบทเพลงเดียวกับที่คุณแสดงให้ผมได้เห็นเป็นขวัญตาเอง”
มือของมันตวัดลง แล้ว…
ตึง!
ดวงไฟบนเวทีสว่างไสว สาดส่องไปยังหลายร่างที่นั่งอยู่อย่างสง่างามบนเก้าอี้บริเวณเวทีราวกับโผล่ออกมาจากธาตุอากาศ พวกมันถือเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดและจ้องตรงมาทางผม
‘โอ้ ไม่นะ…’
ผมมองออกเลยว่า