กินอะไรเลยนานขนาดนั้นจริง ๆ แขกรับเชิญคงไม่สามารถเดินตามเขาไปไกลขนาดนั้นได้หรอก คงเหนื่อยจนล้มไปแล้ว]
[ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น ทำไมเจียงเจินและคนอื่น ๆ ไม่โต้แย้งล่ะ?]
[คนในวงในมักตาบอด พวกเจินเจินไม่รู้หรอกว่านี่เป็นกับดักที่หนิงหนิงและขงชิวร่วมกันวางไว้ พวกเขาคงกำลังกลัวอยู่แน่ ๆ ใครกล้าโต้แย้งล่ะ]
[ขงชิวตั้งใจพูดถึงประเด็นนี้เป็นพิเศษ ก็เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งที่หนิงหนิงพูดไว้ไม่ใช่เหรอ ทั้งสองคนนี้ละเอียดรอบคอบมาก ตั้งใจเปิดไลฟ์สตรีมเพื่อร่วมมือกันแสดงละครให้พวกเราดู]
[เป็นโรคจิตรึไง? ขงชิวบอกคุณว่านี่เป็นความคิดของหนิงหนิงเหรอ?]
[อะไรก็โยนไปให้หนิงหนิง พวกคุณแค่ว่างไม่มีอะไรทำ หรือมีปัญหาทางจิต]
ในวินาถัดไป ขงชิวส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจ “การพาพวกคุณมาที่นี่ ช่างไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากจริง ๆ
ไม่นึกว่าคนพวกนี้ หิวมานานขนาดนี้แล้ว แต่กลับไม่มีใครสักคนตั้งคำถามสงสัย
เมื่อเห็นความเยาะเย้ยในสายตาของขงชิว เจียงเจินรู้สึกเขินอาย แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตราย และต่อหน้ากล้องถ่ายทำ เธอก็ยังคงปฏิเสธตามความเคยชิน “เป็นไปไม่ได้ พวกเราทุกคนกินแล้ว”
ไม่มีทางที่จะยอมรับว่าเป็นเรื่องรักษาหน้าแน่ ๆ
ขงชิวไม่ได้เปิดโปง เขาเก็บดอกฮิกันบานะสีแดงดอกหนึ่งขึ้นมาจากพื้น แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด “เออใช่ เมื่อกี้ลืมบอกไป นอกจากความแข็งแกร่งแล้ว ดอกฮิกันบานะสีแดงยังมีฤทธิ์ทำให้เกิดภาพหลอนอย่างรุ