ลูบไล้ใบหน้าเธอเบา ๆ “ถึงยังไงเธอก็จะเป็นผลงานชิ้นเอกที่ฉันพึงพอใจที่สุด”
….
ที่ห้องไลฟ์สด
การเตรียมกระต่ายไม่ใช่เรื่องง่าย ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง หนิงเหนียนจึงนำเนื้อกระต่ายย่างออกมา
ซูเจายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวาน เขาจึงส่งขากระต่ายให้ซูเจาก่อน
ซูเจายกมือทำเครื่องหมายกากบาท ทั้งร่างแสดงออกถึงการปฏิเสธ “ฉันไม่กิน!”
หนิงเหนียน “คุณไม่กินเหรอ?”
[พี่สาวคะ นี่คุณจะบำเพ็ญตนเป็นเซียนหรือไง?]
[การสร้างภาพลักษณ์แบบนี้มันเกินไปหน่อยไหม?]
[ใช่แล้ว ไม่กินแล้วต่อไปจะทำเป็นสลบในป่าแล้วกลับไปเหรอ?]
[ช่วยด้วย เธอกินหน่อยเถอะ ดาราก็เป็นมนุษย์นะ มนุษย์ก็ต้องกินข้าวสิ ฉันกลัวจริง ๆ ว่าเธอจะเป็นลมในป่า]
หนิงหนิงที่กำลังนั่งหลับตาเพื่อพักสายตาอยู่ก็ลืมตาขึ้นมามอง แล้วพูดเสียงเรียบ ๆ ว่า “มันเกินไปหน่อยแล้ว”
ซูเจารีบเปลี่ยนคำพูด “ฉันไม่กินอันนี้หรอก แต่เช้าแบบนี้มันมันเกินไป ฉันขอกินผลไม้ดีกว่า”
“คุณไปหาผลไม้มาให้ฉันกินหน่อยสิ” เธอพูดกับหนิงหนิง
[ไม่นะ พี่สาวคุณหมายความว่ายังไง ทำไมถึงสั่งอาหารได้ล่ะ]
[หนิงหนิงอย่าไปสนใจเธอ อยากกินก็กิน ไม่กินก็ช่าง เธอได้ใจเกินไปแล้ว]
[โมโหจะตายอยู่แล้ว ทำไมถึงมีคนหน้าด้านไร้ยางอายขนาดนี้ได้นะ]
[หนิงหนิงตบหน้าเธอซักทีสิ ฉันโมโหจะตายอยู่แล้ว]
หนิงหนิงเอียงคอเล็กน้อย ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แล้วยิ้มเบา ๆ “ได้สิ”
[???]
[หนิงหนิงเธอเป็นอะไรไปเนี่ย!]
[เธอยังยิ้มด้วย ย