หยิบลูกแก้วคริสตัลอย่างระมัดระวังแล้วส่งให้หนิงหนิง
หนิงหนิงอุ้มลูกแก้วคริสตัลไว้ แล้วพูดกับคนทั้งสามที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอว่า “ถ้ากลัวก็ถอยออกไปได้นะ แต่ถ้าไม่ถอยก็ไม่เป็นไร มันไม่ทำร้ายพวกคุณหรอก”
“ไม่ถอยหรอก” หนิงเหนียนไม่ยอมถอย
เฉินมู่และจี๋ไหลก็ส่ายหัว พวกเขาค่อนข้างตื่นเต้นด้วยซ้ำ
ทั้งสามคนยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างมั่นคง วาเซียร้องเหมียวหนึ่งครั้ง มันเองก็ไม่ยอมไปไหน
จี๋หยวนชิงมองท่าทางจริงจังของพวกเขา ถอนหายใจแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาอีกฝั่งหนึ่งพลางไพล่มือไว้ด้านหลัง
เขาขี้เกียจที่จะแสดงกับหนิงหนิงแล้ว เขาจะนั่งดูว่าหนิงหนิงจะแสดงละครฉากนี้จนจบได้ยังไง
หนิงหนิงยืดแขนออก ยกลูกลูกแก้วคริสตัลขึ้น
เธอหลับตาลง หนิงหนิงพึมพำอะไรบางอย่างออกมา
ไม่มีใครฟังออกว่าเธอพูดอะไร
แม้กระทั่งสามคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง
หนิงหนิงพูดเพียงแค่ประโยคเดียวแล้วก็หยุดลง
ภายในห้องนั่งเล่นเงียบสนิท ทุกคนต่างจับจ้องมองไปที่หนิงหนิง จี๋หยวนชิงหัวเราะพรืด “คุณนี่มัน…”
ยังพูดไม่ทันจบ
ลูกแก้วคริสตัลในมือของหนิงหนิงก็เปล่งแสงจ้าออกมา
แสงนั้นสว่างจนแสบตา
ส่องสว่างไปทั่วห้องนั่งเล่น แสบตาทุกคนที่อยู่ในที่นั้น พวกเขาต่างหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ
แสงที่เปล่งออกมาจากลูกแก้วคริสตัลพุ่งเป็นลำแสงเข้าไปในวงเวทมนตร์ที่พื้น
แสงวิ่งไปตามวงกลมรอบนอกอย่างรวดเร็ว
จากด้านนอกสู่ด้านใน วนเป็นรอบ ๆ
จนกระทั่งโอบล้อมพระจันทร์