ริ่มอะไรก็จบไปซะแล้ว
[วงเวทย์!]
[เป็นวงเวทย์ที่ดูเรียบง่ายจัง…]
[แค่นี้เองเหรอ?]
[นี่เอาจริงดิ?]
[คุณกำลังล้อฉันเล่นใช่ไหม?]
[ทำไมฉันดูแล้วมันเหมือนเล่นขายของจัง?]
[ชอบไหม? ฉันวาดให้คุณได้นะ~]
[ฮิ ๆ เหมือนของแม่มดเลย~]
[เพื่อน ๆ หลังจากลูกแก้วคริสตัลแล้ว พวกเรายังมีของเหมือนกับแม่มดอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือวงเวทย์!]
[ฮ่า ๆ ๆ พวกนายอย่าแกล้งกันจนเกินไปสิ…]
[ของปลอมตั้งใจแสดงขนาดนี้ พวกคุณทำอะไรกันอยู่เนี่ยฮ่า ๆ ๆ ๆ!]
[จริง ๆ เลย ช่วยเล่นตามกันหน่อยไม่ได้หรือไง!]
จี๋เซาชะโงกหน้าไปดู แล้วก็แค่นเสียงหึ
ของแค่นี้เธอแค่เห็นครั้งเดียวก็วาดได้แล้ว
จะต้องโกหกแน่ ๆ เลยสินะ?
ถ้าจะแกล้งทำก็ควรวาดอะไรที่มันซับซ้อนกว่านี้หน่อยสิ
คิดจะมาหลอกกันง่าย ๆ แบบนี้ เธอเห็นคนอื่นเป็นคนโง่จริง ๆ สินะ
คนที่คิดเหมือนเธอก็มีไม่น้อยเลย
เจียงเจินยิ่งมองก็ยิ่งแน่ใจว่าหนิงหนิงกำลังโกหก
จี๋หยวนชิงพูดอย่างถากถาง “จบแล้วเหรอ?”
เขาถูกหนิงหนิงหลอกจริง ๆ ด้วย ถึงกับเชื่อว่าผีเสื้อนั่นเป็นฝีมือของเธอ
หนิงหนิงเงยหน้ามองดวงจันทร์นอกหน้าต่าง ก่อนก้มลงมองแสงจันทร์ที่ทาบอยู่บนชายกระโปรง ซึ่งแสงนั้นไม่ยอมจางหายไป
ช่างเถอะ
แสงจันทร์คืนนี้สว่างจ้าเกินไป ถ้าเผลอเผาเจียงฉือซิงตายคงจะเป็นเรื่องยุ่งยาก
“หนิงเหนียน ส่งลูกแก้วคริสตัลให้ฉันหน่อย”
“ได้” เขาตอบรับอย่างว่าง่าย
เขารู้ว่าหนิงหนิงรักและหวงแหนลูกแก้วคริสตัลนี้มาก จึงวิ่งกลับไป