ลขนาดนี้
เมื่อเงยหน้าขึ้น หนิงหนิงกำลังถือตะเกียบอยู่แล้วจ้องมองไปที่มือของเขา
หนิงเหนียนถาม “ไม่อร่อยเหรอ?”
หนิงหนิงจดจำท่าทางการจับตะเกียบของเขา แล้วก้มหน้าลงพูดว่า “ฉันยังไม่ได้กินเลย”
หนิงหนิงมองดูจานอาหารทั้งสองจาน แล้วยื่นตะเกียบไปที่จานมันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ด
การใช้ตะเกียบครั้งแรก ยังไม่ค่อยชำนาญนัก คีบได้มันฝรั่งเส้นบาง ๆ แค่สองเส้น
วาเซียเดินวนไปวนมาอย่างกระวนกระวายอยู่ข้างเก้าอี้
“รีบกินสิ อร่อยนะ”
หนิงหนิงกลั้นหายใจ ทำใจดั่งวีรบุรุษที่กำลังจะพลีชีพแล้วยัดเส้นมันฝรั่งเข้าปาก เคี้ยวอย่างรวดเร็วสองที แล้วกลืนลงไป
หนิงเหนียนถามขึ้นลอย ๆ “เป็นไงบ้าง พอกินได้ไหม?”
เขารู้สึกกังวลมาก
หนิงหนิงไม่พูดอะไร จ้องตะเกียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือคีบมันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ดขึ้นมาอีกเยอะมากแล้วยัดเข้าปากทั้งหมด จากนั้นก็เคี้ยวอย่างพิถีพิถัน
เธอเงยหน้าขึ้นมามองหนิงเหนียนด้วยดวงตาเป็นประกาย พูดอย่างมีความสุขว่า
“อร่อยจัง!”
หนิงเหนียนเห็นสีหน้าที่มีชีวิตชีวาแบบนี้บนใบหน้าของหนิงหนิงเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ที่เขาได้พบกับเธอ สีหน้าของเธอดูเรียบเฉยมาตลอด
หนิงหนิงคีบอาหารต่อ
หนิงเหนียนพูดว่า “อย่ากินแต่กับข้าวสิ กินข้าวด้วย”
หนิงหนิงพยักหน้า
กลิ่นข้าวสวยหอมชวนกิน หนิงหนิงจึงลองชิมดูคำหนึ่ง
นุ่มและเหนียวกำลังดี ขณะเคี้ยวก็มีกลิ่นหอมอบอวลอยู่ในปาก เมื่อทานคู่กับมันฝรั่งผัดที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน มันช่างอร่