มอย่างจงใจว่า “ในเมื่อคุณเก่งพยากรณ์ขนาดนี้ ทำไมไม่พยากรณ์ดูล่ะว่าตัวเองเป็นของปลอม”
หนิงหนิงไม่มีปฏิกิริยาอะไร “ฉันพยากรณ์ได้แค่ว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่เท่านั้น”
หลินเค่ออ้าปากค้าง
เธอรู้สึกเสียใจนิดหน่อย
เธอพูดเสียงแหบว่า “ฉันไปละ คุณกินข้าวคนเดียวก็แล้วกัน”
เธอเดินไปที่ประตู หนิงหนิงเรียกเธอ
“ฉันรับผิดชอบแค่การพยากรณ์เท่านั้น ฉันไม่ช่วยชีวิตใคร”
หลินเค่อหันกลับมา
หนิงหนิงก้มหน้า มือเล่นกับโบว์ที่ผูกอยู่บนกล่อง
หลินเค่อปิดประตู สูดหายใจลึกทำให้จิตใจสงบลง
เป็นความผิดของหนิงหนิง
หนิงหนิงชอบลูกแก้วคริสตัลที่เธอมอบให้มากขนาดนั้น ทำไมถึงต้องสาปแช่งเธอด้วย
หลินเค่อไปกินข้าวกลางวันที่โรงอาหารของโรงพยาบาล
โรงอาหารอยู่ชั้นหนึ่ง เธอกินไปได้ครึ่งหนึ่งข้างนอกก็มีเสียงอึกทึกครึกโครม
เธอวิ่งออกไปข้างนอก โน้มตัวพิงราวระเบียงมองเห็นคนมุงกันอยู่ที่หน้าประตูโรงพยาบาล
ฟังได้ไม่กี่ประโยค
“ชดใช้เงิน”
“ไม่ไป”
“ความผิดของพวกคุณ”
“แจ้งตำรวจ”
ล้วนเป็นคำที่คุ้นเคย
ตรงกลางวงล้อมนั้น มีชายคนหนึ่งใบหน้าแดงก่ำทำหน้าเหมือนจะกินคนเข้าไปได้
ฝั่งตรงข้ามเป็นหมอที่สวมเสื้อกาวน์ยกมือขึ้นกุมขมับ ดูท่าทางหมดปัญญา
หลินเค่อจำได้ว่าหมอคนนั้นคือหวังจื่อหมิง หัวหน้าแผนกศัลยกรรมกระดูกของโรงพยาบาลเป็นหมอที่เก่งมาก