ากค้างด้วยความโง่งม จนชิ้นผลไม้ร่วงหลุดจากมือ!
ซูจิ่นโม่ขยี้ตาตัวเองอย่างแรง
ส่วนซูเฉาหยุนถึงกับลุกพรวดขึ้นยืน จ้องมองใบหน้าของน้องสาวราวกับเห็นผี
กลุ่มผู้ใหญ่พลันเงียบกริบจน ซูเหอเวิ่นต้องเงยหน้าขึ้นมองตามอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนพบใบหน้าของคุณอาหญิง ที่เคยเห็นเพียงในรูปถ่ายกำลังลอยละล่องลงมาจากชั้นบน
เด็กชายตกใจจนเสียหลักนั่งทรุดลงกับพื้น แต่ดันไปทับบล็อกของเล่นเข้าเต็มแรงจนต้องร้อง “โอ๊ย!” แล้วกระโดดตัวลอยขึ้นมาอีกรอบ
ซูจื่อซี จ้องมองเงาร่างสีขาวสายนั้นด้วยสีหน้ามึนงงถึงขีดสุด ดวงตาคู่เล็กสื่อความหมายว่า ‘คนนี้ดูคุ้นจัง’ ทว่าสมองกลับยังประมวลผลไม่ออกว่า ‘นี่คือใครกันนะ?’ ผิดกับแขนขาดูจะรู้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เพราะพวกมันพลันแข็งทื่อจนขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว!
หานหาน และ ซูเหอเหวินต่างมีสีหน้ามึนงงไม่ต่างกัน
‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมทุกคนถึงนิ่งค้างไปแบบนั้น?’
ซู่เป่าวางของเล่นในมือแล้ววิ่งเข้าไปหาแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง “คุณยายคะ จะไปไหนกันเหรอคะ?”
คุณยายซูกุมมือน้อย ๆ ของหลานสาวไว้ก่อนตอบว่า “ยายจะไปทำหัวสิงโตรสเผ็ดให้แม่ของหลานจ้ะ แล้วก็จะมีขาไก่แบบไร้กระดูกด้วยนะ”
ซู่เป่าชูมือขึ้นทำตาเป็นประกาย “ซู่เป่าก็อยากกินด้วยค่ะ!”
ซูอีเฉินเดินเข้ามาใกล้พลางก้มหน้าถามหลานสาว “มันเผ็ดนะ หนูทานไหวเหรอ?”
“ไหวค่ะ ซู่เป่าทานได้!”
ในเมื่อคุณแม่ชอบทาน เธอก็อยากลองชิมดูบ้าง วันหน้าเธอจะไ