อเลยค่ะ หิวมากจริง ๆ!”
ความโศกเศร้าพลันแล่นเข้าจับจิตใจของหญิงชรา แต่ในความเศร้านั้นเธอกลับรู้สึกขอบคุณที่มีโอกาสได้เข้าครัวทำอาหารให้ลูกสาวคนนี้อีกครั้ง
สำหรับเธอในตอนนี้… ดูเหมือนจะไม่กล้าเรียกร้องขอพรข้อใดให้มากไปกว่านี้อีกแล้ว
ชายชรายังคงยืนนิ่งงันอยู่ที่เดิม ซูจิ่นอวี้จึงหันกลับไปกวักมือเรียกส่งเสียงใส “คุณพ่อคะ อย่ามัวแต่เก็บตัวอยู่ในห้องเลย รีบลงมาสิคะ!”
ท่านผู้เฒ่าซูเม้มริมฝีปากแน่นก่อนเค้นเสียงตอบออกมาสั้น ๆ “เอ่อ… ได้ ๆ”
เขาเดินตามหลังลูกสาวมาติด ๆ ดวงตาคู่นั้นจับจ้องตามแผ่นหลังของซูจิ่นอวี้โดยไม่กะพริบ
ปกติเขาเป็นคนไม่เคยฝันยามหลับใหล
ชั่วขณะนี้เขาจึงแยกไม่ออกเลยว่าภาพตรงหน้าคือความจริงหรือความฝัน หากนี่เป็นเพียงมโนภาพ เขาก็เกรงเหลือเกินว่าถ้าเดินเร็วเกินไปหรือลงเท้าหนักจนเกิดเสียง จะทำให้ตนเองพลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
ซูจิ่นอวี้ควงแขนคุณแม่นำหน้า โดยมีคุณพ่อเดินตามหลังพากันลงบันไดมา
บรรยากาศชั้นล่างซึ่งเมื่อครู่ยังคึกคักพลันเงียบสงัดลงในพริบตา
ซูอีเฉินวางแท็บเล็ตในมือลง พลันเลิกสนใจข้อมูลและอีเมลงานทั้งหมด
ซูจื่อหลินที่กำลังตรวจการบ้านให้หานหานก็รีบงับสมุดปิดลงทันควัน
พี่น้องหลายคนที่เคยพบซูจิ่นอวี้เมื่อคืนก่อนไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเหมือนคราวแรก แต่กลับมีความรู้สึกเสียดายที่เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก
แต่สำหรับพี่ชายอีกสามคนนั้น…
ซูเยว่เฟยกำลังจะจิ้มผลไม้เข้าปากถึงกับอ้าป