ิบนาทีต่อมา
ซู่เป่าถูกประคองอุ้มกลับไปยังห้องนอนเพื่อเข้าสู่นิทราต่อบนเตียงหลังน้อยอันแสนอบอุ่นและสบายตัว
ผิดกับบรรดาคุณลุงทั้งหลายที่ต้องมายืนก้มหน้าเรียงแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งอยู่ตรงหน้าประตูห้อง
คุณนายซูก้าวเดินออกมาปิดประตูห้องนอนของหลานสาวอย่างเบามือ จากนั้นจึงไพล่มือไว้ด้านหลังพลางปรายสายตาดุดันจ้องมองกลุ่มลูกชายตัวดี… บรรดาตัวแสบที่ขยันสรรหาเรื่องราวมาให้เธอต้องปวดเศียรเวียนเกล้าไม่เว้นแต่ละวัน
“ใครเป็นคนต้นคิดเรื่องนี้?” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่เปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาล
สิ้นเสียงนั้น บรรดาพี่น้องทุกคนก็พร้อมใจกันหันขวับไปจ้องมองซูอีเฉินเป็นจุดเดียว
“……” ซูอีเฉิน พี่ใหญ่ผู้ต้องกลายเป็นแพะรับบาปแบกรับเคราะห์กรรมแทนคนทั้งบ้านถึงกับยืนนิ่งอั้น
‘เดี๋ยวนะ… ถ้าจำไม่ผิด คนที่จิ่นอวี้ลอยไปหาเป็นคนแรกคือน้องสี่ไม่ใช่หรือไง?’
เขาพยายามกระแอมไอเบา ๆ ก่อนใช้เสียงทุ้มนุ่มนวลกล่อม “แม่ครับ ให้ผมได้อธิบายก่อน…”
“ฉันไม่ฟัง!” คุณนายซูจ้องตาเขม็ง
“……” เขาถึงกับน้ำท่วมปากพูดไม่ออก
‘ผู้หญิงมักไม่มีเหตุผลไม่ว่าอายุเท่าไหร่จริง ๆ…’
ในที่สุด พี่น้องตระกูลซูก็ถูกลงโทษให้ทำวิดพื้นหนึ่งพันครั้ง หลังสนามหญ้าหน้าบ้าน!
เมื่อซู่เป่าตื่นขึ้นมาจริง ๆ ในช่วงสาย เธอถึงกับตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นคุณลุงห้าและคนอื่น ๆ นอนแผ่พะงาบ ๆ เหมือนปลาขาดน้ำอยู่บนพื้นหญ้า
เธอเกาะราวระเบียงชั้นสองโบกมือทักทาย “