่างยากลำบาก
เธอก็เอ่ยด้วยสีหน้าอึ้ง ๆ “ซู่เป่า หนู…”
ทว่าพอก้มลงมองกลับพบว่าเจ้าตัวเล็กเอียงหัวซบอยู่ในอ้อมกอดของซูอีเฉิน และหลับไปพร้อมเสียงกรน เรียบร้อยแล้ว
ซู่เป่ายังคงความสามารถในการหลับได้ในพริบตาเหมือนเคย มือน้อย ๆ นุ่มนิ่มนั้นยังคงกำแก้วเหล้าเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ซูอีเฉินมองดูหลานสาวอย่างจนปัญญา ก่อนค่อย ๆ วางเธอลงนอนลงด้วยความเบามือ
ซูอี้เชินซึ่งสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นทับเสื้อยืดอยู่ข้างในตัดสินใจถอดออกมาเพื่อคลุมกายให้หลานสาวกันลมหนาว
ซูอิงเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความกังวล “นอนบนนี้จะไม่เป็นไรเหรอ? ช่วงกลางคืนน้ำค้างเริ่มลงแรงแล้วนะ”
ซูจื่อหลินยังคงนิ่งเงียบรักษามาดเข้มตามสไตล์ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นตะกร้าไม้ไผ่สานใบแบนที่เพิ่งใช้ใส่ขนม เขาจึงหยิบมันขึ้นมาแล้วนำไปครอบลงบนศีรษะของซู่เป่าหน้าตาเฉย
ตะกร้าใบนี้เป็นใบที่ใหญ่ที่สุดซึ่งซูโล่วบรรจงเลือกมาเมื่อครู่ เมื่อนำมาวางพาดครอบไว้เช่นนี้ มันจึงมีสภาพดูคล้ายกับร่มกันแดดคันเล็ก คอยช่วยกำบังน้ำค้างยามค่ำคืนไม่ให้หยดลงบนใบหน้าของเด็กน้อยได้พอดิบพอดี
“แบบนี้ก็น่าจะพอใช้ได้แล้ว” ซูจื่อหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทราวกับเพิ่งทำภารกิจระดับชาติสำเร็จ
ทว่าบรรดาพี่น้องที่เหลือกลับยืนอึ้ง กะพริบตาปริบ ๆ พลางจ้องมองสภาพหลานสาวที่นอนมีตะกร้าครอบหัวอยู่
ซูจื่อหลินเมื่อเห็นปฏิกิริยาของทุกคนก็นึกสงสัย เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองพี่น้องแล้ว