งของหานหานทันที ทว่าที่นั่นกลับมีเพียงหลานสาวนอนหลับสนิท ไร้เงาของเจ้าตัวเล็ก หรือว่าเธอจะไปอยู่ที่ห้องของซูจื่อซี หรือ ซูเหอเวิ่นกันนะ?
คุณนายซูเริ่มค้นหาจนทั่วห้องเด็ก ๆ แต่ก็ยังไม่พบตัว
เธอรีบไปตามหาซูอีเฉิน แต่กลับพบว่าแม้แต่ลูกชายคนโตก็หายตัวไปเช่นกัน! เมื่อเดินวนไปดูหลาย ๆ ห้อง ปรากฏว่าทุกคน… หายไปกันหมดบ้าน!
คราวนี้ หญิงชราตกใจจนคุมสติไม่อยู่ เธอวิ่งกลับไปยังห้องตัวเองแล้วเขย่าตัวสามีด้วยความร้อนรน “ตื่นเร็วเข้า! ตื่นสิ!”
คุณปู่ซูยังคงไม่ขยับ พลิกตัวไปมาแถมยังดึงผ้าห่มหนีเสียอีก จนหญิงชราโกรธจัดด่ากราดออกมา “นอนเข้าไป! รู้จักแต่นอน! ซู่เป่าหายตัวไปแล้วคุณรู้บ้างไหม!”
ไม่คาดคิดว่าคำว่า ‘ซู่เป่าหาย’ จะได้ผลชะงัด ชายชราลืมตาขึ้นทันทีแล้วลุกพรวดขึ้นมา “อะไรนะ?! ซู่เป่า หายไปไหน?!”
คุณนายซูไม่รอช้า เธอรีบออกค้นหาตามจุดต่าง ๆ อย่างกระวนกระวาย ห้องหนังสือชั้นสามก็ไม่มี ห้องรับแขกก็ว่างเปล่า โรงภาพยนตร์ชั้นสี่ โต๊ะบิลเลียด หรือแม้แต่ใต้โต๊ะก็ไร้วี่แวว ระเบียงชั้นห้าก็ไม่มี ห้องกระจกก็ยังว่าง…
เดี๋ยวก่อน!
คุณนายซูเงยหน้าขึ้นมองด้านบนพลันเห็นร่างห้าหกร่างนอนระเกะระกะอยู่บนหลังคาบ้าน และในกลุ่มนั้น ร่างเล็กที่สุดถ้าไม่ใช่ ซู่เป่า แล้วจะเป็นใครไปได้! มิหนำซ้ำเจ้าตัวเล็กยังมีตะกร้าไม้ไผ่ครอบหัวอยู่อีกด้วย…
ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที นี่พวกแกพาเด็กไปนอนบนหลังคาอย่างนั้นหรือ?!
‘ผ้าห่มก็ไ