ไรคะเนี่ย ทำไมถึงหอมขนาดนี้?!”
ซูโล่วเอ่ยขึ้น “คราวก่อนตอนไปถ่ายหนัง เอากลับมาจากต้าเหยียนโกวเฉิง เป็นเหล้าหมักกุหลาบองุ่นน่ะ”
เขามองดูซูจิ่นอวี้ซึ่งกำลังชะโงกหน้าเข้าไปใกล้แก้วเหล้าด้วยความอยากรู้
ชายหนุ่มรินเหล้าใส่แก้วของตัวเองแล้วจิบเพียงเล็กน้อย ก่อนบรรยายช้า ๆ “นี่เป็นเหล้าที่ย่าของเจ้าของโฮมสเตย์ในเมืองโบราณหมักเองกับมือ ไม่เหมือนที่อื่นที่เอาเหล้าขาวไปแช่ดอกไม้ แต่ท่านใช้วิธีโบราณในการหมัก หมักโดยตรงจากดอกกุหลาบกับองุ่น ถึงได้เป็นเหล้าหมักกุหลาบองุ่นรสเลิศแบบนี้”
ซูจิ่นอวี้สูดกลิ่นหอมหวลอย่างเคลิบเคลิ้มพลางเอ่ยชม “รสชาติดีจัง! องุ่นกับกุหลาบดูเหมือนเข้ากันไม่ได้ แต่พอผสมรวมกันแล้วกลับกลมกล่อมเหลือเกินค่ะ”
บรรดาพี่ชายตระกูลซูต่างจิบเหล้าในมือเพียงเล็กน้อย เพื่อลิ้มรสชาติด้วยความละเอียดถี่ถ้วน หวังเพียงจะได้สัมผัสความสุนทรีย์เดียวกับที่น้องสาวกำลังได้รับ…
กลับมีเพียงซูอิงเอ๋อร์เท่านั้นที่กระดกพรวดเดียวจนหมดแก้ว ก่อนทำปากจ๊วบจ๊าบพลางบ่น “ก็งั้น ๆ แหละ ไม่เห็นมีรสชาติอะไรโดดเด่นเลย”
ซูโล่วไม่แม้แต่จะชายหางตาแล เขาขยับเท้าเตะน้องชายจอมตะกละออกไปด้านข้างทันที
‘ในเมื่อไม่อร่อย แล้วยังจะสะเออะมาขโมยดื่มทำไม!’
ซูอี้เชินยิ้มบาง ๆ พลางอธิบาย “นี่เป็นไวน์ผลไม้ผสมดอกไม้ แอลกอฮอล์เพียงแค่เจ็ดแปดดีกรีเท่านั้น ส่วนใหญ่เน้นกลิ่นหอมรัญจวนของมวลบุปผาและผลไม้ เหมาะสำหรับผู้หญิงดื่มมากกว่าน่ะ”