เขาสังเกตเห็นว่ากลิ่นหอมรอบตัว ซูจิ่นอวี้เริ่มจางหายไป จึงคาดเดาว่าวิญญาณสาวน่าจะดื่มเหล้าในแก้วนั้นไปจนหมดสิ้นแล้ว
ซูอี้เชินลองยกแก้วขึ้นดื่มอึกหนึ่ง จึงพบว่ารสชาติและกลิ่นหอมได้มลายหายไปจนสิ้นซากจริง ๆ
ชายหนุ่มนิ่งเงียบพลางรินเหล้าเติมให้ซูจิ่นอวี้อีกแก้วด้วยความใส่ใจ
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า หลังจากน้องสาวจากโลกนี้ไปแล้ว พวกเขายังจะมีโอกาสได้หวนมารวมตัวนั่งดื่มด้วยกันเช่นนี้อีกครั้ง…
ทุกคนต่างดื่มด่ำและสนทนากันไปอย่างเพลิดเพลิน โดยมีซู่เป่าวิ่งเล่นอยู่ข้าง ๆ
ทว่าจู่ ๆ ซูอี้เชินกลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
ซู่เป่ากำตุ๊กตากระต่ายในอ้อมกอดแน่นพลางวิ่งเตาะแตะมาจากด้านข้าง ท่าเดินของเธอเริ่มโซเซไปมา พอมาถึงตรงหน้าก็ล้มฟุบลงบนตักของซูจื่อหลินทันที
“ซู่เป่า?”
ซูอิงเอ๋อร์ถึงกับตกตะลึง “ทำไมหลานเดินเป๋แบบนั้นล่ะ”
ซูอี้เชินสีหน้าเริ่มเคร่งขรึม “ท่าเดินของยัยหนูดูไม่ปกติแล้วนะ!”
ซู่เป่ายันกายลุกขึ้นจากตักคุณลุงรองพร้อมชูมือเล็ก ๆ ข้างหนึ่งขึ้น ซึ่งในมือนั้นถือแก้วไวน์เอาไว้ด้วย “ว้าว…อ่อยย!” จากนั้นเด็กน้อยก็ส่ายหน้าไปมาจนผมกระจาย “ไม่ใช่ ๆ หนูหมายถึง… อร่อยยย!”
เหล่าคุณลุงถึงกับใจหายวาบ
‘นี่เจ้าตัวน้อยแอบไปรินเหล้ามาดื่มตั้งแต่ตอนไหนกันเนี่ย!’
ซูอี้เชินรีบเข้าไปช้อนคางจับปากเล็ก ๆ ของหลานสาว “เด็ก ๆ ดื่มเหล้าไม่ได้นะรู้ไหม!”
ซู่เป่าในตอนแรกเพียงแค่รู้สึกว่ากลิ่นกุหลาบและองุ่นมันหอมหวานเ