ียดสีดังมาจากใต้เตียง ด้วยสัญชาตญาณเขาจึงก้มลงมอง…
มือขาวซีดข้างหนึ่งพลันเอื้อมขึ้นมาคว้าขอบเตียง ตามด้วยหญิงสาวผมยาวปรกหน้าส่งเสียงครางฮือคลานออกมาจากใต้เตียงอย่างช้า ๆ ผมของเธอปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นเพียงดวงตาข้างเดียวจดจ้องเขม็งมายังเขาไม่วางตา
“เฮ้ยยยยย!” เขากระโดดผึงออกจากเตียงเหมือนโดนไฟช็อต ถอยกรูดไปจนของบนโต๊ะข้างเตียงร่วงหล่นโครมคราม
ซูจิ่นอวี้ปีนขึ้นไปบนเตียงพลางหัวเราะคิกคัก เธอคลานเข้าหาเขาพร้อมยื่นมือออกไป “พี่ห้า… พี่ห้าจ๋า… ไปดื่มเหล้ากันเถอะ!”
“!!!!” ซูอิงเอ๋อร์กำลังจะวิ่งหนี แต่แล้วกลับชะงักค้างทึ่ง “จิ่นอวี้?!”
ซูจิ่นอวี้ทำปากยื่นแล้วสะบัดผมบ่นพึมพำ “ไม่สนุกเลย พวกพี่จำฉันได้หมดเลย อุตส่าห์ได้ลองเป็นผีมาหลอกคนครั้งแรกแท้ ๆ แต่ไม่มีใครกลัวฉันเลยสักคน”
“ไม่มีโอกาสให้ฉันได้ไล่กวดพวกพี่จนวิ่งหนีไปไกลสามลี้เลยสักนิด”
ซูอีเฉินซึ่งยืนกอดอกดูเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ หน้าประตูถึงกับพูดไม่ออก
ซูอิงเอ๋อร์อ้าปากค้าง ก่อนรีบเสนอตัวแก้ตัวพัลวัน “น้องรัก เอาใหม่อีกทีไหมล่ะ? คราวนี้พี่ห้าให้สัญญาเลยว่าจะวิ่งหนีไปไกลสุดชีวิตตามที่น้องต้องการเลยจริง ๆ นะ!”
ซูจิ่นอวี้หัวเราะคิกคักแล้วลอยเข้าไปคล้องคอซูอิงเอ๋อร์แล้วฉีกยิ้มแป้น “ไม่เล่นแล้วค่ะ เดี๋ยวพี่สี่จะรอนาน พวกเราขึ้นไปรวมตัวกันบนดาดฟ้าเถอะ!”
ซูอิงเอ๋อร์จ้องมองน้องสาวไม่กะพริบตา ในใจพลันคิดว่าซูจิ่นอวี้จากไปแล้ว…
นี่เขาค