มขมขื่นลงคอ แล้วถามกลับด้วยรอยยิ้ม “เลือกอะไรล่ะ?”
“ฉันบอกท่านไปว่าอยากกลับมาเกิดในตระกูลซู อยากเป็นลูกสาวคนเล็กของแม่อีกครั้ง พี่สี่รู้ไหมว่ายมบาลรักษาการคนนั้นน่ะ… เป็นตาแก่ที่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงแทบจะขาดใจตายเลยล่ะ ท่านตวาดใส่ฉันว่า…” ซูจิ่นอวี้เล่าพลางหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี
“บ้าไปแล้วหรือ! แม่ของเธออายุปาเข้าไปเจ็ดแปดสิบแล้วนะ จะให้ไปเกิดเป็นลูกแม่ได้ยังไง!”
“ฉันคิดดูแล้วก็จริง เลยบอกว่างั้นไปเกิดเป็นลูกสาวพี่ใหญ่ก็ได้ หรือพี่สาม พี่สี่ พี่ห้า ก็โอเคหมด แต่ตาแก่นั่นก็บอกว่าเหลวไหลอีก บอกว่าถ้าไปเกิดเป็นลูกพวกพี่ งั้นซู่เป่าจะนับญาติกันยังไง”
ซูจิ่นอวี้พึมพำเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ไม่หยุดปาก
ซูโล่วมองเธอนิ่งพลางถามต่อ “แล้วต่อจากนั้นล่ะ?”
ซูจิ่นอวี้ถอนหายใจ “ไม่มีทางเลือกน่ะสิ สุดท้ายพวกเขาเลยไล่ฉันออกมา บอกว่าจะเลือกให้เอง ไม่ยอมให้ฉันเลือกตามใจชอบแล้ว”
ซูโล่วหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
‘สมเป็นเธอจริง ๆ แม้แต่เรื่องเกิดใหม่ยังสามารถต่อรองกับยมบาลได้’
ซูจิ่นอวี้เล่าต่อ “ความจริงช่วงนี้ฉันอยู่บ้านตระกูลซูตลอด ได้กินอาหารฝีมือแม่ทุกวันเลยนะ”
ซูโล่วพลันนึกถึงภาพที่ซู่เป่ามักตักข้าวใส่ชามจนพูนทุกมื้อก่อนเริ่มลงมือทาน เขาเม้มริมฝีปากแน่น ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเอ่ยขึ้นว่า “อยากทานอะไรอีก บอกพี่มานะ”
‘พี่ชายคนนี้จะหาซื้อมาให้เธอเอง’
ยามเธอยังมีชีวิตอยู่ต้องทนทุกข์กับการทำเคมีบำบัด ต้องเคร่งครัดเร