วดเร็วราวกับพายุหมุน
‘เอ๊ะ เธอทายถูกเป๊ะเลย’
‘นี่แหละพี่สี่ตัวจริงเสียงจริง ฮ่า ๆ’
ซูจิ่นอวี้นึกใจดีเข้าไปช่วยพยุงผีราคะ “พี่สาวคนสวย เป็นอะไรมากไหมคะ?”
“โอ๊ย เอวฉัน! พี่สี่ของเธอนี่บ้าเกินไปแล้วนะ? สถานการณ์แบบนั้นยังวิ่งหนีได้อีกเหรอ?” ผีราคะเอามือกุมเอวตัวเอง
ซูจิ่นอวี้หัวเราะคิกคักพลางปิดปาก “พี่สาวอยากเปลี่ยนไปหาคนอื่นไหมล่ะคะ? ห้องนั้นเป็นของพี่ใหญ่ฉัน เขาเย็นชาเคร่งขรึมเหมือนดอกไม้บนยอดเขาสูง”
“ส่วนทางนั้นเป็นพี่รอง เป็นคนเงียบขรึมพูดน้อยแต่สุภาพและหล่อเหลามากนะ หรือจะเป็นพี่ห้าดีล่ะ เขาสูงใหญ่น่าเกรงขาม หล่อดิบเถื่อนแบบร้าย ๆ…”
ผีราคะกลอกตาใส่ “พอเถอะ บอกมาตรง ๆ เลย เมื่อกี้เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าถุงหอมของพี่ชายเธอมันร้ายกาจขนาดนี้?”
“เปล่าเสียหน่อย ฉันยังไม่ได้ลอง จะไปรู้ได้ยังไงกัน” ซูจิ่นอวี้หัวเราะร่วน
‘แต่ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วล่ะ!’
‘พรุ่งนี้เวลาเข้าใกล้คนในครอบครัว ฉันคงต้องระวังตัวหน่อย’
ผีราคะบ่นพึมพำทิ้งท้ายก่อนสะบัดหน้าก้าวเดินจากไปท่ามกลางความเซ็งสุดขีด
‘อุตส่าห์ดวงดีมาเจอแหล่งรวมชายหนุ่มรูปงามระดับพรีเมียมกันยกถ้ำขนาดนี้’
‘แต่เธอกลับไม่ได้แตะต้องสัมผัสใครเลยแม้แต่ปลายนิ้ว’
‘นี่มันจงใจกลั่นแกล้งกันชัด ๆ กะจะเอาให้ผีโมโหจนขาดใจตายซ้ำเป็นรอบที่สองเลยหรือไง!’
ซู่เป่าถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยความงัวเงีย เธอเห็นคุณลุงสี่กำลังย่องเข้ามานั่งขดตัวอยู่บนโซฟาเด็กของเธอ เขาสวมเสื้อ