กู้ชีชีอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “พี่ล้อเล่นน่ะ! เจ้าเด็กขี้เหนียวเอ๊ย! จำไว้นะ ถ้าในอนาคตมีใครพูดแบบนี้กับหนูอีก หนูต้องตอบว่าไม่ได้เข้าใจไหม?”
‘จริง ๆ เลย เจ้าตัวน้อยน่ารักขนาดนี้ ถ้าถูกคนหลอกขายไป มีหวังได้ช่วยเขานับเงินตัวปลิวแน่!’
ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็ล้างหน้าล้างตาจนสะอาดเรียบร้อย
คุณนายเฒ่าซูเหลือบดูเวลาเห็นว่าสมควรแก่เวลา จึงเอ่ยชวนทุกคนกลับบ้าน
ซู่เป่ามีคำถามค้างคาใจมานาน จึงรีบถามขึ้นทันที “พี่ชีชีคะ ผีญี่ปุ่นที่พี่พูดถึงบ่อย ๆ ไม่ใช่ผีจริงๆ ใช่ไหมคะ?”
“แน่นอนสิ มันเป็นแค่คำที่เราใช้เรียกศัตรูในสมัยก่อนน่ะ” กู้ชีชีไม่ได้เอะใจอะไร ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอก็เสริมต่อ “โลกนี้จะมีผีได้ยังไงกันเล่า!”
ซูโล่วได้แต่จ้องมองไปข้างหน้า นิ่งเงียบไม่ยอมหันมาสบตาใคร
ส่วนซูเหอเวิ่นก็ปิดปากสนิทไม่พูดจา
ซู่เป่าอึกอักอยากพูดบางอย่างแต่ก็ยั้งปากไว้ สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวถามออกไปอีก “แล้วถ้าพี่ชีชีเห็นผีขึ้นมาจริงๆ พี่จะกลัวไหมคะ?”
“ก็ต้องดูว่าเป็นผีแบบไหนก่อนสิ” กู้ชีชีตอบด้วยความมั่นใจ
ซู่เป่าถามต่อ “แล้วถ้าเป็นผีผู้หญิงล่ะคะ?”
“พี่จะผิวปากใส่แล้วกระโจนเข้าใส่เลย!” กู้ชีชีสวนกลับทันควัน
“???”
ซู่เหอเวิ่นนึกในใจ
‘ฉันยินดีเรียกเธอว่านักรบผู้กล้า ขนาดผีเธอก็ยังไม่เว้น!’
คุณนายเฒ่าซูเดินเข้ามาจูงมือซู่เป่าพลางส่งยิ้มละไมให้กู้ชีชีอย่างเป็นกันเอง “วันนี้รบกวนคุณมากเลยนะจ